การสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และบรรเทาผลกระทบจาก โควิด-19 พื้นที่จังหวัดกระบี่ (กระบี่โมเดล)

cover

สถิติการเปิดชม ครั้ง
สถิติการดาวน์โหลด 18 ครั้ง

ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม


เลขที่สัญญา A13F630082
นักวิจัย นายไชยวรรณ วัฒนจันทร์
หน่วยงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ทุนวิจัย โครงการ Flagship ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
ปีงบประมาณ 2563
แผนงานหลัก มหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่
แพลตฟอร์ม Platform 4 การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ
โปรแกรม P13 นวัตกรรมสำหรับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนนวัตกรรม
Flagship FS 21: มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่
วันที่เริ่มต้น 1 กรกฎาคม 2020
วันที่สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2021
ระยะเวลา 1 ปี
สถานที่ทำวิจัย กระบี่

ชื่อโครงการ

การสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และบรรเทาผลกระทบจาก โควิด-19 พื้นที่จังหวัดกระบี่ (กระบี่โมเดล)

คำสำคัญ

นวัตกรรมเกษตร,นวัตกรรมชุมชน,เศรษฐกิจฐานราก,กระบี่โมเดล

บทคัดย่อ

โครงการการสร้างนวัตกรรมชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ (กระบี่โมเดล) เป็นชุดโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมในการพัฒนาการผลิตหรือเพิ่มมูลค่าผลผลิต ทั้งในอาชีพเดิมและอาชีพที่ส่งเสริมใหม่ ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อวิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการประกอบอาชีพที่กลุ่มเป้าหมายต้องปรับเปลี่ยนตามเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ถ่ายทอด เพื่อพัฒนาระบบการผลิตของกลุ่มเป้าหมายให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน สามารถผลิตสินค้าสู่ห่วงโซ่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น และเชื่อมโยงสู่ตลาดภายนอก เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและการบริหารจัดการการผลิตและการตลาด เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ และสามารถปรับใช้เพื่อการปรับตัวต่อสถานการณ์ภายนอกที่เปลี่ยนแปลง และเพื่อประเมินวัดผลด้านมิติเศรษฐกิจ สังคม และสร้าง platform การเรียนรู้ในพื้นที่ ประกอบด้วย 5 โครงการย่อย ได้แก่

1) โครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการปาล์มน้ำมันให้ได้ตามเป้าผลผลิตในพื้นที่จังหวัดกระบี่ 2) โครงการต้นแบบการพัฒนาเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมันรายย่อยร่วมกับการเลี้ยงแพะเนื้อในจังหวัดกระบี่สู่การเลี้ยงแพะเชิงพาณิชย์โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม
3) โครงการการเพาะเห็ดร่างแหเพื่อยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นจากของเหลือทิ้งในกระบวนการปลูกปาล์มน้ำมัน
4) โครงการชุมชนต้นแบบการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม
5) โครงการการพัฒนากรรมวิธีการย้อมสีธรรมชาติเพื่อให้เกิดมาตรฐานกระบวนการผลิตและการกำหนดคุณสมบัติของวัตถุดิบในการย้อมจากธรรมชาติสำหรับผ้าบาติก

การดำเนินโครงการมีระยะตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน และกลุ่มที่มีความโดดเด่นในฐานทรัพยากรและอัตลักษณ์ ของจังหวัดกระบี่ พื้นที่ดำเนินงานครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอของจังหวัด มีจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 566 ราย ในการนี้ ได้สุ่มเป็นกลุ่มตัวอย่างเพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกรายบุคคล/ครัวเรือน จำนวน 123 ราย โดยประเด็นที่ศึกษา ประกอบด้วย

1) การศึกษาทบทวนบริบทของพื้นที่ ผลกระทบ ความเสี่ยง และความเปราะบางของกลุ่มเป้าหมาย
2) การประเมินกลุ่มเป้าหมายก่อนเข้าร่วมโครงการฯ ในด้านสภาพทางเศรษฐกิจ สังคมของครัวเรือน ด้านความรู้ที่มีในกิจกรรมตามโครงการย่อยที่เข้าร่วม ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และดัชนีชี้วัดความสุขในการประกอบอาชีพ
3) การประเมินผลหลังการดำเนินโครงการ ซึ่งประกอบด้วย ด้านการใช้ประโยชน์องค์ความรู้

เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดหรือพัฒนาขึ้นภายใต้โครงการฯ ที่พบว่า ในภาพรวมนั้น กลุ่มเป้าหมายได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในอาชีพได้ทันที รวมทั้งได้นำไปขยายผลสู่ผู้อื่น ด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ พบว่า มีแนวโน้มที่จะทำให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าบางกิจกรรมจะยังไม่สามารถประเมินรายได้ที่เป็นเงินสดได้ในปีแรก เพราะต้องรอเวลาตามรอบผลผลิต ด้านผลกระทบทางสังคม ที่พบว่า กลุ่มตัวอย่างทุกโครงการย่อยมีการประสานงานหรือร่วมมือกับคนภายในชุมชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันภายในกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการ และกับเจ้าหน้าที่/นักวิจัยของโครงการ อยู่ในระดับดี สำหรับด้านดัชนีชี้วัดความสุขในการประกอบอาชีพ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความสุขในการประกอบอาชีพเท่ากับคนทั่วไป และมากกว่าคนทั่วไปในสัดส่วนที่มากขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการฯ ในด้านผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบมากเป็นกลุ่มที่พึ่งพารายได้จากการนักท่องเที่ยว ซึ่งการได้ร่วมโครงการฯ ทำให้มีรายได้และช่องทางการหารายได้เพิ่มขึ้น สำหรับความคุ้มค่าของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (SROI) นั้น พบว่างบประมาณที่ใช้ดำเนินการ 1 บาท ทำให้เกิดผลตอบแทนหรือความคุ้มค่าทางด้านสังคมได้ 1.01 บาท โดยที่โครงการฯ ได้สร้าง นวัตกรจำนวน 12 คน เพื่อเป็นตัวแทนผู้ส่งต่อองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งได้รับการถ่ายทอดหรือพัฒนาร่วมกันภายใต้โครงการฯ ไปขยายผลหรือส่งต่อให้ผู้อื่นต่อไป

Title

Creating community innovations for local economy development and mitigation from COVID-19 in the area of Krabi Province (Krabi Model)

Keywords

Agricultural Innovation,Community Innovation,Foundation Economy,Krabi Medel

Abstract

The Creating community innovations to develop local economy and to alleviate COVID-19 impacts in Krabi Province (Krabi Model) is a research program which is aimed to research and develop appropriate technologies and innovations to develop production or add value to the products both in the former occupations and the new promoted occupation in accordance with the target group; to research and develop the occupational infrastructure that the target groups has to adjust according to the technologies and innovations those are transferred; to develop the production systems of the target groups to achieve quality and standards and can produce products to the chain with higher value and linking to external markets; to enhance the efficiency and management of production and marketing to lead to self-reliance and can be adapted to the changing of external circumstances; and to assess and measure the economic and social dimensions and create a learning platform in the area of Krabi Province. It consists of 5 sub-projects including;

1) Technology transfer in oil palm production to reach targeted yield in Krabi project.
2) Model for small-scale oil palm farmer development in Krabi Province together with raising meat goat to commercial goat raisingusing a participatory process project.
3) Production of bamboo mushroom aim to elevating community economy from agricultural waste in palm oil production project.
4) A model of sustainable communities of Caulerpa racemose aquaculture by using Science, Technology, Research and Innovation project.
5) The Innovative standardization of natural color dyeing processes and raw materials specification in batik textile project.

The project implementation period was from July 1, 2020 to June 30, 2021. There are two main target groups namely oil palm farmers and groups that stand out in their resource base and identity of Krabi Province. The operating area covered all 8 districts of the province. There are a total of 566 target groups participated in the project but 123 persons were randomly selected to study in-depth information on their individuals or households. The topics studied are as followed

1) a review of the area context, impacts, risks, and vulnerabilities of the target groups.
2) the assessment of the target groups before participating the project in terms of economic and social conditions of their households, their knowledge on the activities of the project they are participated, the impact of the Covid-19 epidemic situation, and the happiness indicators of their occupation.
3) evaluation after the implementation of the project which consists of the utilization of knowledge

technology and innovations that have been transferred or developed under the project which was found that the target groups in all sub-project every could immediately apply the knowledge gained in their careers as well as being able to expand the results to others. In terms of economic impacts, it was found that there was a tendency to increase household income. Although some activities cannot assess the income as a cash in the first year because of the longer period of it’s production cycle. In terms of social impacts, it was found that the target groups in all sub-projects have coordination or cooperation with people within their communities, with relevant government agencies, within the project participants and with project staff/researchers at good level. As for the happiness index in their occupation, it was found that after project implementation the proportion of happiness index at the levels ‘as happy as general population’ and ‘happier than general population’ has increased. In terms of impacts related to the epidemic situation of the COVID-19 virus, the most affected target groups are those who depend on tourism revenue. Their participation in the project resulting in more income and ways to earn more. As for the cost-effectiveness of using research results which calculated as the SROI value, it was found that the budget used for 1 baht of operation results in a return or social worth of 1.01 baht. The project has created 12 innovators to be representatives of the project target groups to transfer or expand the knowledge, technology and innovations gained to others.

สำหรับสมาชิกเท่านั้น