การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่และแก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดอำนาจเจริญ

cover

สถิติการเปิดชม ครั้ง
สถิติการดาวน์โหลด 11 ครั้ง

ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม


เลขที่สัญญา A13F630010
นักวิจัย รองศาสตราจารย์ ชวลิต ถิ่นวงศ์พิทักษ์
หน่วยงาน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ทุนวิจัย โครงการ Flagship ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
ปีงบประมาณ 2563
แผนงานหลัก มหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่
แพลตฟอร์ม Platform 4 การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ
โปรแกรม P13 นวัตกรรมสำหรับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนนวัตกรรม
Flagship FS 21: มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่
วันที่เริ่มต้น 15 พฤษภาคม 2020
วันที่สิ้นสุด 14 พฤษภาคม 2021
ระยะเวลา 1 ปี
สถานที่ทำวิจัย อำนาจเจริญ

ชื่อโครงการ

การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่และแก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดอำนาจเจริญ

คำสำคัญ

ความยากจน, ความอนาถา, การขจัดความยากจนแบบแม่นยำ, การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยเรื่อง “การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ จังหวัดอำนาจเจริญระยะที่ 1” มีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งสำรวจข้อมูลคนจนแบบมุ่งเป้าและแม่นยำในระดับพื้นที่ ทีมผู้วิจัยใช้กระบวนการวิจัยแบบผสม ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้ได้ข้อมูลทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพ ซี่งจะเรียกต่อไปว่าข้อมูลขนาดใหญ่และข้อมูลเชิงลึก อีกทั้งพัฒนาศักยภาพ ของเยาวชน ในท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่เป็นกลไกการทำงานเดิมอยู่แล้วในพื้นที่ระหว่างการดำเนินการวิจัย เพื่อเสริมหนุนกลไกแก้ไขปัญหาความยากจนของจังหวัดอำนาจเจริญที่มีอยู่แล้วระดับนโยบาย แผนและโครงการ แนวคิดที่ใช้ในการวิเคราะห์และทำงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย การดำรงชีพอย่างยั่งยืนบนฐานทุนห้าด้าน คนชายขอบ ผู้ถูกกดทับ สิทธิมนุษยชน การทำงานชุมชนแบบมีส่วนร่วม การเสริมพลัง และ การคิดเชิงระบบ ผลการศึกษาพบว่าพบครัวเรือนยากจนของจังหวัดจากการสำรวจของโครงการแบบ 100 % มีจำนวน 3,663 ครัวเรือน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการสอบทานข้อมูลอย่างรอบด้าน ส่วนฐานข้อมูลจาก TPMAP ปี 2562 ของรัฐมีจำนวน 1,309 ครัวเรือน ทีมวิจัยสามารถแยกแยะกลุ่มครัวเรือนคนจนยากจนออกเป็น 4 กลุ่มได้แก่ ระดับช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ระดับไม่ค่อยจะมีกิน ระดับแบบพอไปได้ และระดับไม่ถึงกับยากจนและเพราะเผชิญปัญหาบางด้าน และพบอีกว่าทุนทั้งห้าด้านของครัวเรือนยากจนโดยรวมค่อนข้างต่ำโดยเฉพาะทุนการเงินที่มีระดับที่ต่ำที่สุดคือโดยมีค่าเฉลี่ยเพียง 1.89 ทุนมนุษย์มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.96 ทุนกายภาพค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.61 ทุนทรัพยากรธรรมชาติค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.70 และทุนทางสังคมค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.08 ข้อมูลระดับความยากจนและข้อมูลเชิงลึกของครัวเรือนยากจนถูกนำมาใช้ออกแบบโมเดลแก้จนในพื้นที่นำร่องในสองพื้นที่ได้แก่ พื้นที่ชุมชนบ้านหนองทับม้า หมู่ 11 ตำบลเสนางคนิคม ได้แก่การจัดตั้งกองบุญข้าวปันสุข และพื้นที่เขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญที่ทางโครงการได้จัดทำโครงการส่งเสริมการพัฒนารายได้ อาชีพและการออม ซึ่งครัวเรือนยากจนมีส่วนร่วมในการออกแบบและปฎิบัติการในโครงการ ซึ่งพบว่า โครงการทั้งสองได้สามารถสร้างความมั่นคงอาหารและการเงินให้กับครัวเรือนเป้าหมายได้ดีขึ้นพอสมควร นอกจากนี้โครงการวิจัยได้จัดกระบวนการเสริมหนุนทุนทางสังคมของภาคประชาสังคม ภาครัฐ และ อทป.ในการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขความยากจนบนฐานการใช้ข้อมูลทั้งจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่และข้อมูลเชิงลึกเพื่อกำหนดนโยบายและแผนการช่วยเหลือคนจน อีกทั้งจัดระบบการส่งต่อความช่วยเหลือครัวเรือนยากจนระดับล่างให้กับส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง บทสรุปสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้คือข้อมูลขนาดใหญ่จากการสำรวจเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงลึกเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างตรงเป้าอีกทั้งการให้ความสำคัญกับคนจนในฐานะผู้กระทำการสำคัญในกระบวนการพัฒนาโมเดลเพื่อแก้ไขความยากจนถือเป็นกลไกที่สำคัญและเหมาะสมที่สุดเพื่อทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงคุณค่า ศักดิ์ศรีและตัวตนของคนจนและทำให้คนจนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความยากจนบนฐานการสนับสนุนของภาครัฐ วิชาการ ประชาสังคม อปท. และ แหล่งทุน

Title

Research for Area Development and Precision Poverty Alleviation in Amnat Charoen Province

Keywords

Poverty,Impoverish,Precision Poverty Alleviation,Research for Area Development

Abstract

The research project, Research for Area Development and Precision Poverty Alleviation in Amnat Charoen Province Phase I, aimed to conduct a precise and consensus survey of the poor households. The research team employed mixed methods including quantitative, qualitative and participation action research to obtain both quantitative and qualitative data, hereafter be called as big and deep data. Hence, the research purposed to support young people, local CSOs partners, government agencies and local authorities to use the researched data to support their existing eradicating poverty policies, plans and programs. The analysis and actions of the research were made through multiple lens including sustainable livelihood framework, marginalized people, subaltern, human rights, participation in community development, systems thinking and empowerment. The research discovered that 3,663 poor families were found from our comprehensive survey. These figures were larger than no. of the poor households, 1,309 families, identified by 2019 Thai People Map and Analytics Platform (TPMAP) database. Additionally, the research project classified the poor families into 4 groups, namely the ultra-poor, chronic poor, churning poor and transient poor. Hence, it found that the poor families in the province had the lowest score on the financial capital, accounting only for 1.89 compared with other capitals, 2.96 for human, 3.64 for physical, 2.70 for natural resource and 2.08 for social capitals. The designs of the Operating Models (OMs) to improve livelihoods of the poor were primarily based on both big and deep data. The research piloted the OMs in two communities. ‘the merit rice bank project’ was launched in Nong Tubma, Moo 11 in Senangkanikom district while ‘the occupation and microfinance project’ was implemented in the Suk Samraan community in Maung District. The poor families participated in the OMs’ design and implementation. To some extent, both OMs seemed to improve immediate food and financial insecurities of the targeted families. The project also encouraged local CSOs, government officers and local authorities working on poverty eradication policy and plan to employ big data and deep data in their poverty reduction initiatives. Hence, the researched data was also directly transferred to many relevant official organizations and CSOs to use to particularly support the ultra-poor and chronic poor groups. The research project concluded that big and deep data was the core of targeted poverty alleviation. Paying particular attention to the poor and letting them actively participate in the OM process were the most essential and suitable mechanism in precisely eradicating poverty as the poor could make the visible dignity through their participation in the alleviating programs with a support from the government, academia, CSOs, local authorities and granting agencies.

สำหรับสมาชิกเท่านั้น