การวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อการลดความยากจนและการพัฒนาความเท่าเทียม ในประเทศไทย: กรณีศึกษาจังหวัดปัตตานี

cover

สถิติการเปิดชม 306 ครั้ง
สถิติการดาวน์โหลด 34 ครั้ง

ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม


เลขที่สัญญา A13F630038
นักวิจัย นางอิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ
หน่วยงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ทุนวิจัย โครงการ Flagship ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
ปีงบประมาณ 2563
แผนงานหลัก มหาวิทยาลัยพัฒนาพื้นที่
แพลตฟอร์ม Platform 4 การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ
โปรแกรม P13 นวัตกรรมสำหรับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนนวัตกรรม
Flagship FS 21: มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่
วันที่เริ่มต้น 15 พฤษภาคม 2020
วันที่สิ้นสุด 14 พฤษภาคม 2021
ระยะเวลา 1 ปี
สถานที่ทำวิจัย ปัตตานี

ชื่อโครงการ

การวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อการลดความยากจนและการพัฒนาความเท่าเทียม ในประเทศไทย: กรณีศึกษาจังหวัดปัตตานี

คำสำคัญ

การลดความยากจน, การพัฒนาความเท่าเทียม, จังหวัดปัตตานี, ประเทศไทย

บทคัดย่อ

โครงการการวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อการลดความยากจนและการพัฒนาความเท่าเทียมในประเทศไทย: กรณีศึกษาจังหวัดปัตตานี ได้ดำเนินการจนบรรลุผลลัพธ์เป้าหมายทั้ง 4 ประการ คือ

  1. มีฐานข้อมูลผู้มีรายได้ร้อยละ 40 ล่างตามข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช. 2ค) และข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานระดับครัวเรือน (จปฐ.) ปี 2562 ของจังหวัดปัตตานี
  2. มีฐานข้อมูลระบบการดำรงชีพที่ยั่งยืน 5 มิติของผู้มีรายได้ร้อยละ 40 ล่างของจังหวัดปัตตานี ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในรูปแบบจำลองสามมิติ
  3. มีตัวอย่างนำร่องการแก้ไขปัญหาความยากจน (Good practice) จากกลุ่มตัวอย่างของหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 ตามข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช. 2ค) ของจังหวัดปัตตานี
  4. มีระบบการหนุนเสริมกลไกการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี

ผลการวิจัยสรุปประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น คือ

  1. ผลการสำรวจข้อมูลคนจนจังหวัดปัตตานีเพื่อตอบคำถามว่าคนจนอยู่ที่ไหนและสาเหตุของความยากจนเป็นอย่างไร
  2. การเชื่อมกลไกภาคีและการส่งต่อข้อมูล
  3. โครงการนำร่องการแก้ไขปัญหาความยากจน (โมเดลแก้จน) จังหวัดปัตตานี ดังรายละเอียดต่อไปนี้3.1 ผลการสำรวจ ค้นหาและยืนยันคนจนเป้าหมายในแพลตฟอร์มแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำของกระทรวง อว. เป็นการสำรวจทุนดำรงชีพ 5 ด้านของครัวเรือนยากจนทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี ประกอบด้วยครัวเรือนในหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนา อันดับ 1 จำนวน 1,227 ครัวเรือน อันดับ 2 จำนวน 18,893 ครัวเรือน และอำเภอไม้แก่น จำนวน 62 ครัวเรือน รวมครัวเรือนตัวอย่างทั้งสิ้น 20,182 ครัวเรือน โดยคณะผู้วิจัยได้สำรวจและนำข้อมูลเข้าระบบจำนวน 17,191 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 85.18 โดยมีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนจำนวน 97,852 คน ผลการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยทุนทั้ง 5 มิติของจังหวัดปัตตานี พบว่า มิติที่ 1 ทุนมนุษย์ มีค่าเฉลี่ย 1.81 (อยู่ยาก) มิติที่ 2 ทุนกายภาพ มีค่าเฉลี่ย 3.10 (พออยู่ได้) มิติที่ 3 ทุนการเงิน มีค่าเฉลี่ย 2.13 (อยู่ยาก) มิติที่ 4 ทุนธรรมชาติ มีค่าเฉลี่ย 2.69 (พออยู่ได้) และมิติที่ 5 ทุนทางสังคม มีค่าเฉลี่ย 1.55 (อยู่ลำบาก) ในภาพรวมคนยากจนจังหวัดปัตตานีมีทุนที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ทุนกายภาพ และตามด้วยทุนธรรมชาติ ทุนการเงิน ทุนมนุษย์ และทุนทางสังคม เรียงตามลำดับ และมีความเหลื่อมล้ำของครัวเรือนในทุนทางสังคมและทุนธรรมชาติมากที่สุด ทุนทางสังคมของครัวเรือนยากจนในจังหวัดปัตตานี ในภาพรวมเฉลี่ยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำหรือ อยู่ในระดับอยู่ลำบาก นั่นหมายความว่าเครือข่ายและความสัมพันธ์ ซึ่งช่วยเพิ่มความไว้วางใจและความสามารถในการร่วมมือกัน รวมถึงการเป็นสมาชิกของกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาเป็นทางการ และระบบ กฎเกณฑ์ บรรทัดฐาน และการควบคุมต่าง ๆ มีน้อย ทุนทางสังคมจะเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ทุนมนุษย์ และทุนการเงิน ของครัวเรือนยากจนในจังหวัดปัตตานีในภาพรวมอยู่ในระดับอยู่ยาก ทุนทั้งสองมิตินี้ เป็นปัจจัยที่มีผลต่อความยากจนของครัวเรือน จังหวัดปัตตานีมีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 5.60 คน (ในขณะที่ค่าเฉลี่ยครัวเรือนยากจนทั่วไปอยู่ที่ครัวเรือนละ 4.44 คน) สมาชิกในครัวเรือนยากจนส่วนใหญ่จะสำเร็จการศึกษาในระดับประถมศึกษาคิดเป็นร้อยละ 32.24 และต่ำกว่าระดับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 16.47 รวมถึงไม่ได้เข้าเรียนคิดเป็นร้อยละ 18.59 เป็นสัดส่วนจำนวนมากเมื่อเทียบกับสมาชิกในครัวเรือนยากจนที่จะได้เข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป ด้านการประกอบอาชีพของคนยากจนจังหวัดปัตตานีส่วนใหญ่ร้อยละ 31 รับจ้างทั่วไปนอกภาคเกษตร รองลงมาร้อยละ 18 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งทั้งสองอาชีพได้รับผลกระทบอย่างมากในสภาวะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (CIVID-19) เนื่องจากถูกเลิกจ้างงาน และผลผลิตการเกษตรก็พบปัญหาเรื่องตลาดและการกระจายสินค้า คนยากจนที่ประสบปัญหาอยู่แล้วในสภาวะปกติยิ่งถูกซ้ำเติมจากพออยู่ได้กลายเป็นอยู่ลำบาก ต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือจึงมีทั้งการดำเนินการส่งต่อช่วยเหลือเร่งด่วน การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง การดูแลระยะกลางด้วยการพัฒนาทักษะอาชีพ และการวางแผนระยะยาวของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง3.2 การเชื่อมกลไกภาคีเพื่อหนุนเสริมการดำเนินงานวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อการลดความยากจนและการพัฒนาความเท่าเทียมในประเทศไทย: กรณีศึกษาจังหวัดปัตตานี จัดว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง เนื่องจากเกิดกลไกการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมทั้งในระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น ในการเชื่อมกลไกระดับจังหวัดได้เชื่อมประสานกลไกภาคีหลักระดับจังหวัด คือผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อประสานความร่วมมือกับกลไกหลักระดับจังหวัด โดยการชี้แจงความเป็นมา วัตถุประสงค์ และผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการฯ รวมทั้งวางแผนการบูรณาการงานร่วมกัน ส่วนการเชื่อมประสานกลไกประสานกลไกระดับท้องถิ่นมีการทำงานผ่าน
    (1) การหนุนเสริมของภาครัฐ ได้แก่ท้องที่ ท้องถิ่น รวมถึง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. (2) ขับเคลื่อนโดยภาคประชาชน/เอกชน ได้แก่ ผู้นำศาสนา ปราชญ์ชุมชน คนในชุมชน และกลุ่มคนยากจน
    (3) สอดประสานกัน ด้วยภาควิชาการ ได้แก่ กศน.ตำบล/ อำเภอ โรงเรียนในพื้นที่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์3.3โดยใช้หลักการบูรณาการการทำงาน เพื่อร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน จากผลการดำเนินโครงการมีการส่งข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูล ประกอบด้วย
  1. การส่งต่อข้อมูลครัวเรือนยากจน 220 ครัวเรือน (ครัวเรือนยากจนอันดับ 1 พื้นที่ กาฮง กอแล และบ้านกลาง) ให้พัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานีสนับสนุนความช่วยเหลือด้านประกอบอาชีพ
  2. การส่งข้อมูลครัวเรือนตกสำรวจ จปฐ. ให้ พมจ. จำนวน 17 ครัวเรือนเพื่อรับการช่วยเหลือเร่งด่วน
  3. การส่งข้อมูลครัวเรือนยากจน อันดับ 1 และ อันดับ 2 ให้ อบจ. 1,398 ครัวเรือน เพื่อให้ความช่วยเหลือในเทศกาลสำคัญ (ซะกาต หรือ การบริจาคตามหลักการศาสนาอิสลาม)3.3 โมเดลแก้จนของจังหวัดปัตตานีทั้ง 3 พื้นที่ จึงมีดำเนินงานที่แตกต่างกันตามผลจากการสำรวจข้อมูลทุน 5 มิติ ดังนี้ โซนที่ 1 บ้านกาฮง ตำบลปะกาฮารัง อำเภอเมือง จากผลจากการสำรวจข้อมูลทุน 5 มิติพบว่า ทุนทางกายภาพอยู่ในระดับอยู่ดี และ ทุนธรรมชาติอยู่ในระดับพออยู่ได้ แต่ทุนทางสังคมอยู่ในระดับอยู่ลำบาก เป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพรวมของจังหวัด “โมเดลแก้จน” จึงมุ่งใช้การพัฒนาระดับครัวเรือนก่อน โดยให้ครัวเรือนใช้ทุนทางกายภาพที่มีในการสร้างรายได้ ภายใต้การดูแลให้คำแนะนำจากนักวิจัยและหน่วยงานเกี่ยวข้อง เมื่อครัวเรือนดำเนินงานและหารายได้ตามเป้าหมาย ก็สามารถสร้างแรงกระตุ้นขยายผลไปยังครอบครัวอื่น ๆ มีผู้นำชุมชนเข้ามาให้คำแนะนำและสนับสนุน ซึ่งอาจจะส่งผลให้เพิ่มระดับทุนทางสังคมของชุมชนต่อไป โซนที่ 2 บ้านกอแล หมู่ที่ 1 ตำบลลางา อำเภอมายอ จากผลจากการสำรวจข้อมูลทุน 5 มิติพบว่า ทุนทางกายภาพอยู่ในระดับอยู่ดี ทุนธรรมชาติ และทุนทางสังคมอยู่ในระดับพออยู่ได้ จึงสามารถรวมกลุ่มคนยากจนประชุมสะท้อนปัญหาและความต้องการในเวทีประชาคม “โมเดลแก้จน” จึงมาจากการประมวลและจัดลำดับปัญหาที่มีความสำคัญมากที่สุด 3 ลำดับร่วมกัน และนำไปสู่ทางเลือกในการแก้ไขปัญหา โซนที่ 3 บ้านกลาง หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จากผลจากการสำรวจข้อมูลทุน 5 มิติพบว่า ทุนทางกายภาพอยู่ในระดับอยู่ดี ทุนทางสังคมอยู่ในระดับพออยู่ได้ แต่ทุนการเงินอยู่ในระดับอยู่ยาก เมื่อทุนทางกายภาพดี ทุนสังคมพออยู่ได้ นักวิจัยที่รับผิดชอบโซนนี้จึงดำเนินโครงการนำร่องโดยใช้รูปแบบการประสานเครือข่าย ทั้งเครือข่ายกลุ่มอาชีพที่มีความเข้มแข็งช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กลุ่มใหม่ และเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่จะเข้ามาหนุนเสริมในกระบวนการแก้ไขความยากจน มุ่งเน้นการเพิ่มทุนทางการเงิน แนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจน สำหรับ 3 พื้นที่นำร่องของจังหวัดปัตตานี มีจุดมุ่งหมายหลัก 3 ประการ คือ
  1. การเพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาศักยภาพของคนจนให้สามารถปรับตัวอย่างมีภูมิคุ้มกันและพึ่งตนเองได้
  2. การหาแนวทางในการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคม เช่น การส่งต่อความช่วยเหลือคนจนกลุ่ม “อยู่ลำบาก” การสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการโดยชุมชนในรูปแบบที่พึ่งตนเองมากขึ้น
  3. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้คนจนได้ใช้ประโยชน์ เช่น ที่ดินทำกิน ระบบน้ำเพื่อการเกษตร การใช้ประโยชน์จากนาร้าง เป็นต้น

Title

Area-Based Collaborative Research on Reducing Poverty and Improving Equity in Thailand: A Case Study of Pattani Province

Keywords

Reducing Poverty,Improving Equity,Pattani Province

Abstract

สำหรับสมาชิกเท่านั้น


This field is for validation purposes and should be left unchanged.
ชื่อผู้สมัคร(Required)
รหัสผ่าน(Required)
กรุณาตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก เช่น ประกอบตัวอักษรใหญ่ ตัวอักษรเล็ก ตัวเลข อักขระพิเศษ โดยมีระดับความปลอดภัย Medium ขึ้นไป
Strength indicator