Press Tour นราธิวาส-ยะลา ชูนวัตกรรม “ผึ้งชันโรงมรกต-ขิงแก้จน-ดอกไม้กินได้” เปลี่ยนทุนท้องถิ่นสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนจนอย่างยั่งยืน

ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร (Press Tour) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อถ่ายทอดผลงานรูปธรรมความสำเร็จของการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และงานวิจัยเชิงพื้นที่ ที่เข้าไปโอบอุ้มและยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือนยากจนเป้าหมายให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ดร.อโศก พลบำรุง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ หน่วย บพท. เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนจนว่า ในการลงพื้นที่นำคณะสื่อมวลชนและเครือข่ายนักวิจัยในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสะท้อนให้เห็นกระบวนการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

“การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า การขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนจน โดยใช้ข้อมูล ความรู้ วิจัย และนวัตกรรม มาแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำสามารถแก้ปัญหาให้กับชุมชนได้อย่างไร เพราะวันนี้มหาวิทยาลัยไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนหนังสือ แต่ต้องนำความรู้ ความเชี่ยวชาญออกมารับใช้สังคม และนำองค์ความรู้เหล่านี้ลงไปสร้างประโยชน์และแก้ไขปัญหาในพื้นที่จริงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใต้บริบทที่แตกต่างกันของแต่ละจังหวัด” ดร.อโศก กล่าว

นอกจากนี้ กิจกรรมครั้งนี้ยังได้นำสื่อมวลชนท้องถิ่นพร้อมทั้งเครือข่ายนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแม้โจทย์ปัญหาความยากจนในแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกัน แต่จุดเด่นสำคัญของพื้นที่ภาคใต้คือความร่วมมืออันเหนียวแน่นระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทำให้สามารถเข้าถึงชุมชนได้อย่างใกล้ชิดและสร้างผลสำเร็จเชิงรูปธรรม ซึ่งเครือข่ายนักวิจัยสามารถนำโมเดลความสำเร็จนี้ไปปรับใช้กับมหาวิทยาลัยและพื้นที่ของตนเองได้ต่อไป

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ หน่วย บพท. ได้ชู 3 โครงการไฮไลท์สำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่

1.นวัตกรรมผึ้งชันโรงเสม็ดขาว และ “น้ำผึ้งมรกต” แห่งแรกของโลก โดยคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) นำโดย ผศ.ดร.ธนเสฏฐ์ ทองใสเกลี้ยง ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ แพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ได้ขับเคลื่อนนวัตกรรมซูเปอร์ฟู้ดจาก “น้ำผึ้งชันโรงเสม็ดขาว” สายพันธุ์อิตามา ในพื้นที่ อ.บาเจาะ สุไหงโก-ลก และตากใบ จนค้นพบอัตลักษณ์จำเพาะเป็น “น้ำผึ้งมรกต” (Emerald Honey) แห่งแรกของโลก ซึ่งมีสีเขียวหลากเฉดและเก็บเกี่ยวได้เพียง 4 เดือนต่อปี ผลงานวิจัยพบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพกว่า 200 ชนิด อาทิ เอมบิลิน (Embelin) ช่วยฟื้นฟูระบบประสาท ต้านอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน รวมถึง ลูมิโครม (Lumichrome) และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการอักเสบและต้านเซลล์มะเร็งหลายชนิด ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรและตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติแล้ว ปัจจุบันได้ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ ผงบรรจุแคปซูล ผงชงดื่มผสมคอลลาเจน สเปรย์พ่นคอ และเซรั่มยับยั้งสิว พร้อมเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Pro-Poor Value Chain) ทำเกษตรพันธสัญญาร่วมกับเอกชน ช่วยสร้างรายได้สุทธิส่วนเพิ่มให้ครัวเรือนเกษตรกรเป้าหมายเฉลี่ยถึง 11,583 บาทต่อเดือน

2.“ขิงนราธิวาส” สมุนไพรพื้นถิ่นเปลี่ยนชีวิตแก้จน โดยคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) นำโดย ผศ.ดร.กรสิริณัฐ โรจนวรรณ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยทักษิณและภาคีเครือข่าย ได้ใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) ขับเคลื่อนในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ครอบคลุมครัวเรือนยากจนเป้าหมาย 250 ครัวเรือน ใน 4 ตำบล (มูโนะ, ปูโยะ, ปาเสมัส และสุไหงโก-ลก) ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีเตรียมดิน ปุ๋ยชีวภาพ ระบบน้ำ และนวัตกรรม “ปลูกขิงในยางรถยนต์เก่า” ช่วยแก้ข้อจำกัดด้านพื้นที่และทุน พร้อมเชื่อมโยงกับวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านซรายอ แปรรูปขิงสู่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมาตรฐาน โดยช่วยเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 25–30, ลดต้นทุนร้อยละ 15–20, เพิ่มรายได้จากการแปรรูปร้อยละ 30–40 และหนุนให้ครัวเรือนเป้าหมายมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

3. “ดอกไม้กินได้” สวน Rganic Farm จากสวนปลอดสารเคมีสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำโดย ผศ.มีนา ระเด่นอาหมัด มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (มรภ.ยะลา) ร่วมหนุนเสริม Rganic Farm ของ คุณนาซูฮา เล๊ะนุ๊ ในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ยกระดับสวนผักและดอกไม้กินได้ปลอดสารกว่า 40 ชนิด ภายใต้แนวคิด Yala Craft City โดยต่อยอดข้ามอุตสาหกรรมด้วยการนำลายดอกไม้มาออกแบบเป็น ลายผ้าบาติก ร่วมกับแบรนด์ FLYNOW ในงานระดับชาติ พร้อมเปิดเวิร์กช็อปพัฒนา “เมนูอาชีพ” เช่น สลัดโรลและทองม้วนดอกไม้สด อีกทั้งยังขยายผลผ่านงาน Thailand Research Expo 2026 และค่ายนานาชาติ ช่วยกระจายรายได้สู่ชาวบ้านและกลุ่มแม่บ้านตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างยั่งยืน กิจกรรม Press Tour ในครั้งนี้ สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกของทีมนักวิจัยและภาคีเครือข่ายในการลงพื้นที่จริง ณ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสัมผัสและเข้าใจโจทย์ความยากจนในระดับครัวเรือนอย่างใกล้ชิด ผ่านการผนึกกำลังระหว่าง หน่วย บพท. รวพ. และ มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนองค์ความรู้จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม มายกระดับทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ส่งมอบทั้งความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจ ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง เพื่อสร้างรายได้ ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และหนุนเสริมให้คนในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

สถิติการเข้าชม 2