เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมภาคีเครือข่ายนักวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันจัดเวทีประชุมวิชาการระดับชาติ “สร้างภูมิทัศน์ใหม่ของการบริหารท้องถิ่นไทย: องค์ความรู้ นโยบายและการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต” (Reconfiguring Local Governance in Thailand: Knowledge, Policy and Futures Transition) ณ โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารท้องถิ่นและการวิจัยเชิงพื้นที่ เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีที่เกี่ยวข้อง พร้อมสะท้อนผลสำเร็จจากการพัฒนานักวิจัยรุ่นแรกจำนวน 62 คนในปี 2568 และเดินหน้าขยายผล “YLG Academy” รุ่นที่ 2 ในปี 2569 ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ 4 รุ่น รวม 120 คน ครอบคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การทำงานร่วมกับท้องถิ่น และการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัย เพื่อนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและยกระดับศักยภาพการบริหารท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ภายในงานมีการปาฐกถานำในหัวข้อ “ภูมิทัศน์และความท้าทายใหม่ของการบริหารท้องถิ่นไทย” โดย ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.จรัส สุวรรณมาลา ซึ่งเน้นย้ำว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเร่งปรับโครงสร้างการบริหาร นำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน และเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ เพื่อรับมือกับความท้าทายและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ยังมีพิธีประกาศความร่วมมือจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ด้านการปกครองท้องถิ่น หรือ “YLG Academy: สู่ระบบนิเวศและเครือข่ายการเรียนรู้ระดับภูมิภาค” ภายใต้ความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษา 4 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง รวม 8 องค์กร ได้แก่ สถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล องค์การบริหารส่วนตำบลทับน้ำ จ.พระนครศรีอยุธยา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นและโอกาสในการเชื่อมโยงการพัฒนาบุคลากร การสร้างและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือผ่านกลไก Young Local Government Researcher ที่มีหลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะที่ครบถ้วน มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความเข้มแข็งให้กับการปกครองท้องถิ่นบนฐานขององค์ความรู้ และการร่วมผลิตความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับพื้นที่ กระจายการเรียนรู้สู่ระดับภูมิภาคและเสริมกลไกสนับสนุนการพัฒนานักวิจัยอย่างต่อเนื่องแท้จริง
ขอบเขตการขับเคลื่อน MOU ภายใต้โครงการ Young Local Government Researcher Academy (YLG Academy) ครั้งนี้ มีความคาดหวังในการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ด้านท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ระดับภูมิภาค ร่วมกันพัฒนากลไกการเรียนรู้และกิจกรรมวิชาการในพื้นที่ รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัยและภาคีการพัฒนาในระดับพื้นที่และระดับภูมิภาค การพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ด้านท้องถิ่น ให้มีทักษะด้านการวิจัยเชิงพื้นที่ เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในพื้นที่ สามารถพัฒนาโจทย์วิจัยที่เชื่อมโยงกับบริบทและแก้ปัญหาของพื้นที่ได้ และการร่วมผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมเชิงพื้นที่ ร่วมกันส่งเสริมการทำงานวิจัยแบบมีส่วนร่วมระหว่างภาควิชาการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนสนับสนุนการนำองค์ความรู้และผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นและเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณชน
นอกจากนี้ มีเวทีเสวนาในหัวข้อ “ภูมิทัศน์ใหม่ท้องถิ่นไทย: การร่วมผลิตความรู้ นโยบายและนวัตกรรมข้ามภาคส่วน” มีผู้ร่วมเสวนาจากหลายภาคส่วน นำโดย ดร.บุญเยี่ยม เหลาสะอาด ผอ.ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถในการจัดการภาครัฐ บพท. พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิชิต กามันตะคุน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, นายชาคริต โต๊ะนากายอ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส, รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูล, นายกฤตภพ เฉื่อยฉ่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทับน้ำ จ.พระนครศรีอยุธยา และ รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันให้วิสัยทัศน์ผ่านเวทีเสวนาเพื่อเปิดพื้นที่ทบทวนถึงองค์ความรู้แบบใดที่ท้องถิ่นไทยต้องการ บทบาทนักวิจัยและมหาวิทยาลัยจะทำงานกับพื้นที่อย่างไร ที่สามารถลดต้นทุนการเข้าถึง และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการวิจัยเชื่อมโยงวิชาการกับการปฏิบัติจริง เกิดระบบกลไกสนับสนุนทำให้ความร่วมมือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างมาตรฐานและเงื่อนไขในอนาคตของการบริหารท้องถิ่นที่ทำให้ คน ความรู้ และเครือข่าย สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง
ในโอกาสนี้ ดร.บุญเยี่ยม เหลาสะอาด ผอ.ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถในการจัดการภาครัฐ บพท. กล่าวถึง ฉากทัศน์ใหม่อนาคตของท้องถิ่นไทยผ่านบทบาทวิสัยทัศน์หน่วย บพท. ในวงเสวนาฯ ไว้ว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากสังคมสูงวัย เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ และความไม่พร้อมต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่จึงมุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือของท้องถิ่น หน่วยงานส่วนกลาง มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเชื่อมโยงผู้ใช้ประโยชน์ตั้งแต่ต้น พร้อมถ่ายทอดและฝังองค์ความรู้ไว้ในกลไกการทำงานของท้องถิ่น เพื่อให้สามารถนำผลวิจัยไปใช้ ขับเคลื่อน และต่อยอดการดำเนินงานได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ผลกระทบที่ยั่งยืน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
การประชุมวิชาการระดับชาติฯ ครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงเวทีนำเสนอผลงานวิจัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิชาการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้กำหนดนโยบาย และภาคีการพัฒนา เพื่อร่วมสำรวจแนวทางใหม่ของการบริหารท้องถิ่น การสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอนาคตท้องถิ่นไทย ยกระดับการพัฒนานักวิจัยท้องถิ่นให้มีทักษะการวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงของพื้นที่ ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนและเชื่อมโยงสู่ระดับนโยบาย ด้วยการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ร่วมที่ยกระดับบทบาทของท้องถิ่นจาก “ผู้รับงานวิจัย” สู่ “ผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้” ให้การวิจัยกลายเป็นเครื่องมือพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริงและยั่งยืน
















