เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.ประธานเปิดเวทีงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” ซึ่งมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. และ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง อว. คณะผู้บริหาร วช. โดยมี ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมผู้บริหารหน่วยงาน/สถาบันอุดมศึกษา สังกัดกระทรวง อว. และนักวิจัยกว่า 200 เครือข่ายเข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กทม.
ในเวทีพิธีเปิด ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวถึง ก้าวสำคัญของการพัฒนาประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังคงต้องเผชิญกับประเด็นปัญหาด้านพื้นที่และหลากหลายมิติ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยกระทรวง อว. และหน่วยงานเครือข่ายมุ่งเน้นการขับเคลื่อน เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านงานวิจัยที่สามารถแก้ปัญหาความยากจน และสร้างรายได้ให้ชุมชน อีกทั้งพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสังคมสูงวัย (Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการผลักดัน เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) อย่างครบวงจร
“นักวิจัยมีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ กระทรวง อว. พร้อมส่งเสริมการสร้างพลังความร่วมมือ (Synergy) ระหว่างนักวิจัยและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพราะการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องอาศัยเป้าหมายร่วมและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน มากกว่าการพึ่งพาทรัพยากร หรือทุนวิจัยเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังสนับสนุนให้นักวิจัยยึดมั่นในเจตนารมณ์ของการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศและชุมชน ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน”
หน่วย บพท. มีวิสัยทัศน์การบริหารและสนับสนุนทุนวิจัย เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ สร้างการมีส่วนร่วมและความร่วมมือเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยขับเคลื่อนงานผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ ด้วยกระบวนการ “งานวิจัย” อันเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 – 2568 บพท. ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมกว่า 1,165 โครงการ ครอบคลุม 77 จังหวัด ผ่านเครือข่ายหน่วยงานและสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศกว่า 201 แห่ง ส่งผลให้เกิดการพัฒนากลไกเชิงพื้นที่ การยกระดับผู้ประกอบการและชุมชน นวัตกรรม ตลอดจนการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่สามารถนำไปใช้จริงในระดับประเทศซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ ในการสร้าง “การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ความรู้ และนวัตกรรม” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ในการนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง อว. คณะผู้บริหาร วช. เดินเยี่ยมชมนิทรรศการงานมหกรรมฯ โดยมี ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ร่วมเดิน และพร้อมนำเยี่ยมชมนิทรรศการของเครือข่ายสถาบันอุดมการศึกษา ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่โดยหน่วย บพท. มากกว่า 10 บูธ จากหลากหลายเครือข่าย ที่มาเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงานมหกรรมฯ ครั้งนี้ โดยมีบรรยากาศเป็นอย่างคึกคัก ซึ่งแต่ละบูธได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมและสื่อมวลชนอย่างมากมาย
ในนิทรรศการมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 ครั้งนี้ หน่วย บพท. ได้เข้าร่วมจัดบูธนิทรรศการภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ได้นำการขับเคลื่อนงานยุทธศาสตร์ด้าน “การพัฒนาเมืองน่าอยู่และเมืองแห่งการเรียนรู้” ภายใต้กรอบแผนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเมืองน่าอยู่และการกระจายศูนย์ความเจริญ ซึ่งมี รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วย บพท. ฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร พร้อมด้วยคณะผู้วิจัยโครงการ CIAP ร่วมนำเสนอ “นิทรรศการนวัตกรรมเมือง 4 สี” ของโครงการ CIAP หรือ “City Incubator and Accelerator Program” ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการบ่มเพาะและเร่งรัดการพัฒนา Urban Solutions เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ที่นำเสนอโซลูชั่นในการยกระดับการพัฒนาเมือง 4 ประเภท อันได้แก่ Heritage City – เมืองแห่งคุณค่ามรดกวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น Healthy City – เมืองสุขภาวะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของเมือง Green & Low carbon City – เมืองสีเขียวลดคาร์บอนสู่ความยั่งยืน และ Digital & Smart Economy City – เมืองเศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ภายในบูธนิทรรศการฯ นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ เช่น นวัตกรรมติดตามสุขภาพคนไทย ‘LM-NONT เวชศาสตร์วิถีชีวิตนครนนท์’ แพลตฟอร์ม Visit Lamphun ซึ่งทำหน้าที่เป็น Digital Cultural Platform เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกอย่าง City Solution Game พร้อมบอร์ดสะท้อนความคิดเห็นตนเอง เพื่อร่วมกันออกแบบปรับแต่งทิศทางการขับเคลื่อนและผลกระทบของการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ 4 สี อีกด้วย
ด้วยผลสำเร็จงานวิจัยเชิงพื้นที่การจัดนิทรรศการครั้งนี้ หน่วย บพท. พร้อมด้วยเครือข่ายนักวิจัยจากทุก ๆ สถาบัน พร้อมยกระดับการพัฒนาที่ขับเคลื่อนงานวิจัยด้วย “ข้อมูล ความรู้ และนวัตกรรม” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันงานวิจัยเชิงพื้นที่สู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างสรรค์เศรษฐกิจฐานราก ยกระดับรายได้ เพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ทำหน้าที่เชื่อมโยงบทบาทหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยกับเครือข่ายประชาคมนักวิจัยทั่วประเทศ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ชุมชน และภาคีพื้นที่อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายผลงานวิจัยสู่ระดับนโยบายของชาติต่อไป
ท่านสามารถเยี่ยมชมบูธ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ได้ที่บูธ PMU ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 22 เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร



































