คณาจารย์มหาวิทยาลัย บูรณาการฐานข้อมูลคนจน-กลุ่มเปราะบาง จัดตั้งหน่วยบริการเคลื่อนที่ หนุนเสริมกลไกจังหวัด เร่งเครื่องขับเคลื่อนกลไกช่วยเหลือคนจนลงทะเบียนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใน 20 จังหวัดนำร่องเป้าหมาย เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นใจในการส่งคนจนให้เข้าถึงสวัสดิการจากรัฐอย่างแท้จริงโดยไม่มีคนจนตกหล่น
ผศ.ดร.กนกพร ฉิมพลี ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเผยว่าภาคีเครือข่ายคณาจารย์ นักวิจัย ในมหาวิทยาลัยที่ดำเนินโครงการวิจัยแก้ปัญหาความยากจน ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำแบบเบ็ดเสร็จแม่นยำ ใน 20 จังหวัดนำร่องครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ในสังกัดสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมกันใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยที่สะสมเอาไว้มาบูรณาการเข้ากับฐานข้อมูลคนจนจากหลายแหล่ง ดำเนินการออกแบบโมเดลช่วยเหลือคนยากจน ในการลงทะเบียนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปีงบประมาณ 2569 เพื่อไม่ให้คนจนตกหล่น และหนุนเสริมประสิทธิภาพหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคัดกรองคนจน
“โครงสร้างโมเดลช่วยเหลือคนจนลงทะเบียนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่มต้นจากขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยการขึ้นในมหาวิทยาลัย ทำหน้าที่ค้นหา สอบทานข้อมูลคนจน โดยบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานของรัฐ เพื่อคัดกรองข้อมูลคนจนให้ถูกต้องที่สุด แล้วประสานส่งต่อชุดข้อมูลคนจนที่สอบทานเรียบร้อยแล้วให้กลไกจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน สำหรับใช้ประโยชน์ในการติดตามตัวคนจนเพื่อลงทะเบียนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ควบคู่ไปกับการสื่อสารข้อมูลให้ประชาคมในพื้นที่รับทราบผ่านชุมชน วัด หรือมัสยิด ขณะเดียวกันก็มีการจัดตั้งหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ระดมคณาจารย์ และนักศึกษาลงพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือแก่คนจนที่มีข้อจำกัดในการลงทะเบียน เพื่อให้คนจนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างทั่วถึง ไม่มีการตกหล่น”
ผศ.ดร.กนกพร กล่าวว่า การทำงานร่วมกันของคณาจารย์ นักวิจัย ในการพัฒนากลไกเพื่อช่วยเหลือคนจนในการลงทะเบียนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเชื่อมโยงความร่วมมือกับกลไกภาคีเครือข่ายระดับจังหวัด มีแรงจูงใจจากข้อค้นพบจากงานวิจัยที่พบว่าการเข้าถึงระบบสวัสดิการภาครัฐในปัจจุบันส่วนใหญ่ เป็นลักษณะที่รอรับการลงทะเบียน (Passive) ซึ่งเป็นข้อจำกัดและเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับคนจนที่ยากจนที่สุดจริงๆ เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มักขาดสมาร์ทโฟน ไม่เข้าใจระบบออนไลน์ หรืออยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลจากการสื่อสาร ทำให้การรับรู้ข่าวสารจากส่วนกลาง หรือการเข้ามาลงทะเบียนในโครงการรัฐทำได้ยากลำบาก หรือทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาลงทะเบียนกับหน่วยงานของรัฐอย่างมาก และคาดหมายว่ากลไกการให้ความช่วยเหลือคนจนในการลงทะเบียนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับปี 2569 นี้ ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยที่เคยดำเนินการให้ความช่วยเหลือคนจนในการลงทะเบียนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนหน้านี้ จะมีส่วนสนับสนุนสำคัญแก่กลไกระดับจังหวัดในการอุดรูรั่ว ช่วยให้คนจนตัวจริงที่ประสบความเดือดร้อนทุกข์ยาก เข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้โดยถ้วนหน้าตามเจตนารมณ์รัฐบาล
ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ความสำเร็จจากความร่วมมือกันของกลไกระดับจังหวัด และภาคีเครือข่ายคณาจารย์ นักวิจัย มหาวิทยาลัย รวมทั้ง บพท. เพื่อช่วยให้คนจนเข้าถึงระบบสวัสดิการรัฐ ในพื้นที่นำร่องต้นแบบ (Area Prototype) 20 จังหวัด จะไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ เฉพาะแค่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการต่อยอดไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จในระยะยาว และยังเป็นการกรุยทางให้ผลักดันแพลตฟอร์มการทำงานนี้ไปสู่การขยายผลในระดับประเทศต่อไป การผนึกกำลังระหว่างภาควิชาการและกลไกในระดับจังหวัดครั้งนี้ จึงเป็นทางออกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นใจว่า สวัสดิการจากภาครัฐจะไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนที่สุดในแต่ละพื้นที่อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง
สำหรับพื้นที่วิจัยแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำใน 20 จังหวัดนำร่อง ประกอบด้วยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง พิษณุโลก ชัยนาท กาฬสินธุ์ นครราชสีมา เลย ยโสธร มุกดาหาร บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สกลนคร พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส





