เมื่อวันที่ 8 – 10 และ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.บุญเยี่ยม เหลาสะอาด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถในการจัดการภาครัฐและท้องถิ่น (ฝ่าย 4) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นำโดย นพ.ปรีดา แต้อารักษ์ ที่ปรึกษา สช. และหัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมด้วยผู้บริหารและคณะทำงาน เจ้าหน้าที่/บุคลากร และหน่วยงานภาคีเครือข่ายท้องถิ่น อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กองสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต) พร้อมด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้นำชุมชน และทีมคณะนักวิจัยบุคลากรสาธารณสุขและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด จัดเวทีประชุมเชิงนโยบาย “เวทีนโยบายระบบสุขภาพดิจิทัลและสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่นำร่อง” เพื่อสรุปบทเรียน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และติดตามผลการดำเนินงานภายใต้โครงการต่อยอดจากระบบโทรเวชกรรม (Telemedicine) สู่ระบบบริการสุขภาพทางไกลแบบบูรณาการ (Telehealth) และศูนย์นวัตกรรมการจัดการระบบสุขภาพปฐมภูมิต้นแบบ ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด ทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง ลำพูน และกระบี่ โดยโครงการฯ ได้รับทุนสนับสนุนหลักจาก หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) เป้าหมายเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนการขยายผลผลักดันข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระดับชาติ เพื่อขับเคลื่อนการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข สู่ท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
นวัตกรรม “iHealthCare 2.0” เป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหลัก ในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผู้ป่วย ช่วยให้แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่สามารถติดตาม ดูแล และให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำหน้าที่เสมือนกับ “คุณหมอถึงบ้าน ผ่านหน้าจอ” ผ่านระบบที่ทันสมัย ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ อสม. ในพื้นที่ โดยระบบสามารถเชื่อมต่อข้อมูลผ่านบัตรประชาชน (Smart Card) และรองรับการทำงานบน Cloud ทำให้แพทย์และพยาบาลสามารถเห็นประวัติการรักษาได้ทันทีจากข้อมูลล่าสุด การยกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิผ่านระบบของ iHealthCare ถือเป็นนวัตกรรมตอบโจทย์และมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการทางไกลและให้ความช่วยเหลือการรับบริการการแพทย์ครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCD) และผู้ป่วยติดเตียงได้อย่างเป็นรูปธรรม
วันที่ 8–9 มิถุนายน – คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดลำปาง คณะนักวิจัย บุคลากรสาธารณสุข และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและสรุปบทเรียนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพทางไกลบูรณาการ โดยลงพื้นที่รับฟังและสาธิตการบูรณาการการแพทย์แผนไทยกับระบบดูแลสุขภาพประชาชน ณ รพ.สต.บ้านวังใหม่ อ.วังเหนือ และ รพ.สต.บ้านฮ่องห้า อ.แม่ทะ พร้อมจัดเวทีนโยบาย ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง โดยมี นายสมพร ใช้บางยาง ประธานคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ และ นพ.ไชยนันท์ ทยาวิวัฒน์ รองนายก อบจ.ลำปาง เป็นประธานเปิดเวที พร้อมผู้แทนจาก สช. อบจ.ลำปาง อบจ.แพร่สสจ.ลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการดำเนินงานนำร่องใน 20 รพ.สต. ได้นำระบบ iHealthCare 2.0, Health Dashboard และ Telehealth มาใช้ยกระดับบริการสุขภาพ ครอบคลุมการแพทย์ การพยาบาล เภสัชกรรม และเตรียมขยายสู่การฟื้นฟูสมรรถภาพทางไกล ส่งผลให้ผู้ป่วยลดค่าเดินทางได้ 500–1,500 บาทต่อครั้ง กลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการได้ทั่วถึง โดยมี อสม. และ “อสม.ละอ่อน” เป็นสะพานดิจิทัลเชื่อมเทคโนโลยีกับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงสามารถดูแลผู้ป่วยกลุ่มชาติพันธุ์และพื้นที่ห่างไกลได้ครอบคลุม โดยไม่พบความผิดพลาดในการจ่ายยา ทั้งนี้ อบจ.ลำปางเตรียมรวบรวมบทเรียนและผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขสู่ท้องถิ่นและขยายผลในระดับประเทศต่อไป
วันที่ 10 มิถุนายน – นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดกิจกรรมติดตามผลการดำเนินงานและประชุมสรุปบทเรียนโครงการฯ ณ ห้องประชุมกษัตริย์นา พาโนรามากอล์ฟคลับ จังหวัดลำพูน โดยมีผู้แทนจาก สช. บพท. อบจ.ลำพูน ภาควิชาการ พรรคการเมือง คณะนักวิจัย บุคลากรสาธารณสุข และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ซึ่งจังหวัดลำพูนได้นำร่องระบบบริการสุขภาพทางไกลใน 20 รพ.สต. เพื่อใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลดช่องว่างการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย NCD ผู้สูงอายุ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกลพร้อมกำหนดแนวทางขยายผลสู่ รพ.สต. ทั้ง 71 แห่งในสังกัด อบจ.ลำพูน เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิให้ต่อเนื่อง เท่าเทียม และยั่งยืน ทั้งนี้ ผลการสรุปบทเรียนจะนำไปพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในการผลักดันระบบสุขภาพทางไกลให้เป็นภารกิจประจำของ รพ.สต. รวมถึงสนับสนุนให้ อบจ. ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการนวัตกรรมเพื่อเบิกจ่ายค่าบริการจาก สปสช. และจัดสรรงบประมาณด้านอินเทอร์เน็ต ซิมการ์ด และอุปกรณ์ที่มีคุณภาพให้แก่ อสม. และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
ทั้งนี้ วันที่ 12 มิถุนายน – ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ คณะนักวิจัย บุคลากรสาธารณสุข และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ร่วมติดตามผลการดำเนินงานและประชุมสรุปบทเรียนโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพทางไกลบูรณาการ ณ โรงแรมกระบี่ มาริไทม์ รีสอร์ท โดยมี นพ.ธีรเดช ชนะกุล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ พร้อมผู้แทนจาก สช. บพท. สวทช. คณะนักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียน ก่อนลงพื้นที่ติดตามการใช้งานจริงระบบ Tele-Nursing ณ รพ.สต.บ้านนาตีน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในจังหวัดกระบี่สะท้อนบทบาทของนโยบายสุขภาพดิจิทัลในการยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยระบบ Tele-Health ช่วยลดเวลารอคอยบริการจาก 6–12 ชั่วโมง เหลือ 15–30 นาที ลดค่าเดินทางของประชาชนได้ 200–2,900 บาทต่อครั้ง และยังมีกรณีที่ระบบช่วยประสานการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตผ่านสายด่วน 1669 ได้ทันท่วงที โดย อบจ.กระบี่มีแผนขยายผลสู่การพัฒนา Visual Hospital และจัดตั้งศูนย์บริการที่ครอบคลุมการจ่ายยาและกายภาพบำบัดทางไกลอย่างเต็มรูปแบบ
การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามผลการดำเนินงาน และประชุมสรุปบทเรียนเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของหน่วย บพท. ในการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพท้องถิ่นและการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาล อำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้พิการ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ อันจะนำไปสู่การยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิ คุณภาพชีวิตของประชาชน และการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน















