บพท.กอดคอสมาคมเทศบาลเดินหน้าโปรแกรม CIAP มุ่งบรรลุเป้าหมายพัฒนาเมือง สู่เมืองน่าอยู่อัจฉริยะ

รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) บรรยายหัวข้อ ”เมืองหลากมิติ: ปลดล็อคศักยภาพเมืองสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพท. ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสมาคมเทศบาลนครและเมือง ณ ศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จังหวัดลำปาง โดยกล่าวว่าคุณลักษณะสำคัญของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือการอยู่รอด ทนทาน และยั่งยืน เมื่อเผชิญกับความผันผวน ภัยพิบัติ และผลกระทบหรือสิ่งเร้าต่าง ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจัดบริการด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเท่านั้น หากแต่จะต้องขยายบทบาทไปสู่การจัดการด้านเศรษฐกิจเมือง การสร้างงาน สร้างคน การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการบริหารความเสี่ยงเชิงระบบแบบรอบด้านมากยิ่งขึ้น

“การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ต้องมีขีดความสามารถในการป้องกัน ลดความเสียหาย และการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบด้านความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ”

รศ.ดร.ปุ่น กล่าวด้วยว่าโจทย์สำคัญของการพัฒนาเมือง สู่ความเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะอย่างยั่งยืน มีด้วยกัน 4 ประการคือ 1). ขาดวิสัยทัศน์ 2). ขาดแผนปฏิบัติการ 3). ขาดทรัพยากร 4). ขาดเจ้าภาพรับผิดชอบที่ชัดเจน ซึ่งเป็นความท้าทายที่ บพท.จะร่วมกับภาคีเครือข่ายนักวิจัยหลายมหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสมาคมเทศบาลนครและเมือง ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใต้โปรแกรมบ่มเพาะและเร่งรัดกระบวนการเพื่อมุ่งสู่เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด (City Incubator and Accelerator Program-CIAP) ด้วยการพัฒนากลไก กระบวนการ และการใช้ประโยชน์ข้อมูลเมือง ในการวิเคราะห์ วางแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเมือง

“ภายใต้โปรแกรม CIAP ได้มีการเสนอวิสัยทัศน์ พันธกิจการพัฒนากลไกการสร้างงานใหม่ของเมือง ที่แบ่งเมืองเป็น 4 กลุ่มสี คือ สีเขียว หมายถึงเศรษฐกิจสีเขียว ลดคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สีน้ำตาล หมายถึง เศรษฐกิจสีน้ำตาล สินค้าและบริการจากทุนวัฒนธรรม สีเงิน หมายถึง เศรษฐกิจสีเงิน เมืองสุขภาพจากฐานทุนสังคมสูงวัย และสีเหลือง หมายถึง เศรษฐกิจจากเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล โดยค้นคว้าหาชุดความรู้ด้วยกระบวนการวิจัย เพื่อพัฒนากลไกการแก้ไขปัญหายกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และแนวทางการจัดการในแนวราบแบบใหม่ ผ่านความร่วมมือและความสัมพันธ์เชิงพื้นที่เมืองผ่าน กลไกจัดการของภาคประชาชน ที่มีเทศบาลเมืองและเทศบาลนครเป็นกลไกหลักในการสร้างความมั่นคง ลดความเสี่ยง และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประเทศในระยะยาวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตามกรอบคิดแบบ Resilient Local Cities ที่พลเมือง รู้ – รับ – ปรับตัว ในทุกสถานการณ์ ร่วมกันสร้างและพัฒนาเมืองที่น่าอยู่ชาญฉลาดให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง”

โอกาสเดียวกันนี้ นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกสมาคมเทศบาลนครและเมือง กล่าวว่า ในบทบาทของสมาคมเทศบาลนครและเมือง จัดตั้งขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการทำงานที่รวดเร็ว มีแนวทางการทำงานในทิศทางเดียวกัน มุ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด ซึ่งความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับ บพท. และเครือข่ายนักวิจัยจากหลายมหาวิทยาลัย ตลอดจนภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่การพัฒนาเมืองอย่างมาก ทำให้เมืองมีความพร้อมรับมือกับความท้าทายทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติน้ำท่วมรุนแรง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่าง AI ที่ส่งผลต่อลักษณะงานในอนาคต โดยมีความรู้ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมจากการวิจัย เป็นเครื่องมือสำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้น การได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จ Thailand Infrastructure Project of the Year ประเภท Community จากเวที GovMedia Conference & Awards 2025 ซึ่งจัดโดย GovMedia ณ Marina Bay Sands Expo & Convention Centre ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลความสำเร็จการดำเนินงานโครงการ CIAP ระยะที่ 1 ด้วยองค์ความรู้และขับเคลื่อนงานทางด้านวิชาการต่าง ๆ เป็นการยืนยันว่าการทำงานร่วมกันระหว่างท้องถิ่น นักวิชาการ และหน่วย บพท. เปรียบเสมือนกับ “กุญแจ และ ลูกกุญแจ” ที่มาเจอกัน ทำให้บุคลากรท้องถิ่นมีความเข้าใจปัญหาเชิงพื้นที่มากขึ้น โดยมีนักวิจัยภาคีเครือข่ายทางวิชาการ นำองค์ความรู้มาสร้างแนวทางเพื่อปรับใช้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและปฏิบัติได้จริง เปลี่ยนแนวทางและวิธีการทำงานแบบเดิมมาสู่การสร้าง “แสงสว่างนำทาง” หรือการต่อยอดแผนงานที่ปฏิบัติได้ อีกทั้งสร้างโอกาสใหม่ ๆ ต่อการพัฒนาพื้นที่เทศบาลและเมืองบนฐานข้อมูล ความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมอย่างแท้จริง นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ กล่าว

งานประชุมสัมนาข้างต้น จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 มีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย นายกเทศบาลนครและเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ จากเทศบาล 95 แห่งทั่วประเทศ ผู้แทนจากธนาคารโลก ประจำประเทศไทย ผู้แทนจาก UNESCO ผู้แทนจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ พร้อมด้วยนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยสงขลา มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รวมจำนวน 300 คน ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษา จังหวัดลำปาง


สถิติการเข้าชม 2