“กระทรวง อว. บพท. ร่วม “มทส. – มรภ.นครราชสีมา – มทร.อีสาน” พร้อมหน่วยงานวิจัยในพื้นที่นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีช่วยพี่น้องประชาชนทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม พัฒนาทักษะอาชีพเพื่อทำให้นครราชสีมาก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม” ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง”
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พร้อมผู้บริหารหน่วยงานกระทรวง อว. รวมถึง ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วย บพท. ลงพื้นที่วัดหลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง และวัดป่าหนองบัวเกาะเพชร อ.จักราช จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามผลการขับเคลื่อนงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อววน. โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ
ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวเปิดงานว่า “กระทรวง อว. มีมหาวิทยาลัยในการดูแลถึง 154 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะจังหวัดนครราชสีมาก็มีหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) นครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชงคล (มทร.) อีสานรวมทั้งหน่วยงานวิจัยอีกหลายแห่งที่จะมาช่วยพี่น้องประชาชนโดยการนำ อววน.มาช่วยทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม อาชีพ สุขภาพ การพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา กระทรวง อว.ได้ขับเคลื่อนนโยบาย Quick Win เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ กลุ่มแรก “วิจัยติดดิน กินได้” โครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” ที่ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดแรงงาน ลดเวลา และลดความเสี่ยงจากสารเคมี เป็นการนำนวัตกรรมลงสู่ไร่นาอย่างแท้จริง กลุ่มที่สอง “วิทย์พิชิตภัย” นำเทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งดาวเทียม THEOS ระบบThai Water และ GeoAI มาตรวจจับ ชี้พิกัด และเตือนภัยน้ำท่วมได้อย่างแม่นยำ พร้อมบูรณาการการช่วยเหลือผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงไม่ตกหล่น”
ปลัด อว.กล่าวต่อว่า กลุ่มที่สาม “มหาวิทยาลัยสีเขียว สู่ Net Zero ปี 2050” ผ่านโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” สนับสนุนมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ รวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว มาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน กลุ่มที่สี่ “Upskill–Reskill ครั้งใหญ่” มอบโอกาสใหม่ให้ผู้ตกงานและแรงงานไทยได้เสริมทักษะสำคัญผ่านมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และระบบออนไลน์ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดงานยุคใหม่และกลุ่มที่ห้า “AI love U: เร่งพลังอนาคตไทย” ยกระดับการเรียนการสอนด้าน AI ในมหาวิทยาลัย สนับสนุนภาคธุรกิจด้วย “AI คนละครึ่ง” และขยายผลระบบ “AI Chest X-ray” เพื่อคัดกรองสุขภาพปอดประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยพลังของ อววน. และความร่วมมือของชาวโคราช จะสามารถทำให้จังหวัดนครราชสีมาก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม” ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีการนำนิทรรศการนวัตกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของหลากหลายหน่วยงานในกระทรวง อว. มาจัดแสดง ซึ่ง หน่วย บพท. ได้ร่วมนำผลงานวิจัยที่ใช้จริงในพื้นที่ภาคอีสาน ร่วมจัดแสดงทั้ง 2 พื้นที่ อาทิ นิทรรศการแสดงผลงาน “โมเดลแก้จนผักไร้ดิน กินปลอดภัย, โมเดลแก้จนไข่ผำ และโมเดลแก้จนมะขามป้อม” นิทรรศการ “การพัฒนานวัตกรรมแก้จนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของครัวเรือนยากจนอำเภอจักราช ด้วยโมเดลเห็ดดี มีแฮง และมะขามป้อมอิ่มอ้อย” โดย มรภ.นครราชสีมา ที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการการผลิตและการแปรรูปอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นตัวอย่างผลงานความสำเร็จที่หน่วย บพท. ให้การสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ด้วยการใช้องค์ความรู้งานวิจัยเข้าไปหนุนเสริม นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการผลงานโดย มทร.อีสาน อาทิ ผลงานการเพิ่มขีดความสามารถและโอกาสทางสังคมสำหรับคนจนในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยการจัดการห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจเกษตรด้วยการประยุกต์ใช้และขยายผลจากเทคโนโลยีที่เหมาะสม , การเพิ่มมูลค่าข้าวพื้นถิ่นอีสานด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวฮางงอกและผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำนมข้าว อันเป็นการขยายผลวิจัยเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเพื่อช่วย เพิ่มรายได้ครัวเรือน ลดหนี้สิน และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน สามารถช่วยครัวเรือนยากจนให้มีรายได้เพื่อและโอกาสทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
กระทรวง อว.ได้นำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาช่วยประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การนำผลผลิตทางธรรมชาติมาเพิ่มมูลค่า และมีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยในพื้นที่จะเข้าใจประชาชนในพื้นที่ว่าต้องการอะไรและเอาความรู้ที่มีมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ได้











