เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงอุดมการณ์ศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ” ระหว่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ จากการไฟฟ้าฝ่าย ผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.รสริน โอสถานันต์กุล คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อผลักดันส่งเสริมการบริหารจัดการชีวมวล เพิ่มอัตราการจ้างงาน ส่งเสริมพื้นที่ต้นแบบพร้อมขยายผลสู่พื้นที่อื่น พร้อมพัฒนาโครงสร้างข้อมูลสู่การผลักดันแผนการดำเนินโครงการเข้าสู่แผนงานจังหวัด แผนงานระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อก่อให้เกิดกลไกความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ และเครือข่ายชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่ประโยชน์และการเสริมศักยภาพแก่ภาคการเกษตร ให้พื้นที่บริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้อย่างยั่งยืน
โดยความร่วมมือระหว่าง หน่วย บพท. – กฟผ. – มช. เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการวิจัย “การพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนโดยใช้กระบวนการเทคโนโลยีแบบเปิด เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วย บพท. ในปีงบประมาณ 2567 โดยมี รศ.ดร.ภารวี มณีจักร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งผลสำเร็จของโครงการได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ภาคเหนือในการพัฒนา กลุ่มคลัสเตอร์ไบโอแมส (Biomass Energy Cluster) ในการนำวัสดุเหลือใช้ทางภาคการเกษตรเข้าสู่ระบบพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน ควบคู่กับการลดปัญหาสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การขยายผลการดำเนินงานในระดับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในพื้นที่ (Are Industry Cluster) เพื่อทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถต่อยอดในเชิงการลงทุนจริงได้อย่างยั่งยืน จากความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายเชิงกลยุทธ์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในพื้นที่ ในการบริหารจัดการชีวมวลอย่างเป็นระบบ จึงได้เล็งเห็นความสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบต้นแบบการบริหารจัดการชีวมวลอย่างครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการจัดการชีวมวลที่เหมาะสม เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างภาคเกษตรกรรมกับระบบคลัสเตอร์ไบโอแมส รวมถึงเชื่อมโยง นักวิจัย – ชุมชน – ภาครัฐ – ภาคเอกชน ในการทำงานร่วมกันในพื้นที่
Biomass SE Hub (Social Enterprise Biomass Hub) – คลัสเตอร์ไบโอแมส เป็นกลไกกลางบริหารจัดการชีวมวลในระดับพื้นที่ดำเนินงานในรูปแบบ “วิสาหกิจเพื่อสังคมพลังงานสะอาด” ทำหน้าที่รวบรวมวัสดุชีวมวล ตรวจสอบคุณภาพ และจัดการระบบตลาดอย่างเป็นธรรม โดยมี อ.แม่เมาะ จังหวัดลำปาง เป็นพื้นที่นำร่อง ที่มีเครือข่ายเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนภาคเหนือ เป็นผู้ผลิตและจัดเก็บชีวมวลจากเศษเหลือทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เป็นการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการชีวมวล ด้วยแนวคิดเทคโนโลยีแบบเปิด (Open Technology) เพื่อสร้างโมเดลต้นแบบการบริหารจัดการชีวมวลนำไปสู่ “พลังงานทางเลือก” ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานสะอาด สามารถสร้างโอกาสสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจใหม่ จากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ผ่านการแปลงวัสดุเหลือใช้ ให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการสร้างงาน เกิดการกระจายรายได้ ที่เกษตรกรจะได้รับรายได้เพิ่มเฉลี่ย 3,000 – 5,000 บาทต่อครัวเรือน/ต่อปี ฉะนั้น การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จึงถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในเกิดขึ้นระดับพื้นที่อย่างแท้จริง ต่อการพัฒนาระบบจัดการชีวมวลต้นแบบ สามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ได้ ตลอดจนเพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพ การสร้างรายได้ และการกระจายกลุ่มเศรษฐกิจชีวมวลในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึง


