หน่วย บพท. รวพ. เปิดเสวนาทัศนะการพัฒนาที่อยู่อาศัย-เมือง “Housing For All Forum: Data to Planning and Action – เติมช่องว่าง ลดโอกาส” สู่นโยบายด้านที่อยู่อาศัยด้วยฐานข้อมูลงานวิจัย

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) ร่วมกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบเพื่อสังคม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมูลนิธิสถาบันศึกษาเมือง จัดการประชุมเชิงวิชาการและเสวนา “Housing For All Forum: Data to Planning and Action” ขึ้น เพื่อนำเสนอข้อค้นพบจากงานวิจัยและร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นด้าน “ช่องว่างและโอกาส” ในการพัฒนานโยบายด้านที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคนด้วยฐานข้อมูล นำโดย ดร.บุญเยี่ยม เหลาสะอาด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และยกระดับขีดความสามารถในการจัดการภาครัฐและท้องถิ่น หน่วย บพท. สำนักงาน รวพ. พร้อมด้วย สำนักงานสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หน่วยงานกองยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล องค์การมหาชน การเคหะแห่งชาติ หน่วยงานท้องถิ่น นักวิชาการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เพื่อหารือถึงการพัฒนาเครื่องมือ กลไก และแนวทางการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของประเทศไทยร่วมกันณ ห้องประชุมจามจุรี บี (Jamjuree B) โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพมหานคร

ดร.บุญเยี่ยม เหลาสะอาด ผอ.ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งฯ หน่วย บพท. รวพ. กล่าวถึงโจทย์การจัดการที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคนว่า “ปัญหาที่อยู่อาศัยคือ หนึ่งในประเด็นเชิงโครงสร้างที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำในระยะยาวของคนไทย ประเทศของเรากำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายพร้อม ๆ กันในหลายด้าน ทั้งราคาที่อยู่อาศัยที่สูงเกินความสามารถในการเข้าถึง การกระจุกตัวของแหล่งงานในเขตเมือง และข้อจำกัดเรื่องคุณภาพชีวิต ด้านสิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐาน ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยที่ผ่านมายังชี้ให้เห็นอีกว่า “ข้อมูล” และ “เครื่องมือ” ที่มีอยู่นั้น ยังไม่เพียงพอ หรือใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับการวิเคราะห์เชิงพื้นที่และช่วยสนับสนุนในการออกแบบกำหนดนโยบาย

โดยเป้าหมายของการประชุมครั้งนี้ฯ คือการสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง “ข้อมูล” สู่ “การวางแผน” และ “การปฏิบัติการ” อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งครอบคลุมทั้งงานพัฒนาฐานข้อมูล การออกแบบเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และการเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญร่วมกันคิดวิเคราะห์ และสนับสนุนผ่านการสะท้อนมุมมองต่อ “ช่องว่างและโอกาส” ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประเทศ หวังว่าการขับเคลื่อนงานนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติการจริง เพื่อพัฒนาระบบที่อยู่อาศัยของประเทศไทยให้ครอบคลุม เท่าเทียม และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง”

ด้าน ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ หัวหน้าโครงการวิจัย “การพัฒนาศักยภาพระบบฐานข้อมูลและการบริการสนับสนุนการจัดการที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน” กล่าวถึงการจัดทำ “ระบบฐานข้อมูล” มีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาเมือง การขยายขอบเขตฐานข้อมูล การพัฒนาฐานข้อมูล และการกำหนดมาตรฐานข้อมูลที่อยู่อาศัย จะนำไปสู่การปรับปรุงระบบฐานและกำหนดดัชนีที่อยู่อาศัย ด้วยการประเมิน Affordability, Adequacy, Urban Facilities และ Accessibility โดยมุ่งเน้นยกระดับระบบฐานข้อมูลที่อยู่อาศัย ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ซึ่งมีพันธกิจหลัก 3 ประการ คือ 1) การบูรณาการข้อมูล (Data Ecosystem) พัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน อาทิ พม., พอช., และกรุงเทพมหานคร ภายใต้มาตรฐานการธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) 2) การพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ (Analytical Tools) สร้างดัชนีชี้วัดสถานะที่อยู่อาศัย (Housing Index) และ 3) การขยายผลสู่ระดับพื้นที่ 19 พื้นที่ต้นแบบ ครอบคลุม 11 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค เพื่อทำโปรไฟล์ที่อยู่อาศัยระดับท้องถิ่น (Local Housing Profile) ต่อไป

ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย  หัวหน้าโครงการวิจัย “รูปแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่และการบริหารจัดการเพื่อจัดให้มีที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคนในประเทศไทย” อธิบายถึง แนวทางการบริหารจัดการและปัจจัยการพัฒนาเชิงพื้นที่ ด้วย “Inclusionary Zoning” หรือ “พื้นที่สร้างแรงจูงใจพิเศษให้กับภาคเอกชนสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพดีและราคาเหมาะสม” ที่ให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการโดยรัฐเป็นฝ่ายสนับสนุนมีความเหมาะสมสำหรับกับการใช้เป็นโมเดลต้นแบบ คือ การกำหนดพื้นที่สำหรับการพัฒนา ข้อกำหนดของมาตรฐานการพัฒนาที่อยู่อาศัย และกลไกส่งเสริมการลงทุนสำหรับเอกชน จากการศึกษามีพื้นที่ต้นแบบนำร่อง บริเวณโดยรอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) เขตจตุจักร พบข้อกำหนดของมาตรฐานการพัฒนาที่อยู่อาศัย ได้แก่ มาตรฐานคุณภาพที่อยู่อาศัย มาตรฐานราคาที่อยู่อาศัย มาตรฐานของตำแหน่งที่ตั้งพื้นที่ โดยมีกลไกส่งเสริมการลงทุนสำหรับเอกชน ได้แก่ การผ่อนปรบข้อกำหนดการพัฒนา มาตรการด้านภาษี การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาเมือง และการสนับสนุนการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ คุณชาลีมาศ ตันสุเทพวีรวงศ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 กรุงเทพมหานคร กล่าวถึง บทบาทของ สปสช. ที่สามารถร่วมพลังกับงานพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แก่กลุ่มเปราะบาง  โดยหน่วยงานฯ มีงบประมาณจัดสรร 3 ส่วนหลัก ซึ่งประเด็นเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยถือเป็นหนึ่งภารกิจหลักของหน่วยงานเช่นกัน มีแนวทางดำเนินงานด้วยเกณฑ์การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย (หรือซ่อมบ้าน) ที่แบ่งระดับความช่วยเหลือตามความจำเป็นและความซับซ้อนของโครงสร้าง ได้แก่ ระดับเล็กน้อย (Minor) วงเงินไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับการปรับปรุงสุขภัณฑ์หรือติดตั้งราวจับและทางลาด ระดับปานกลาง (Medium) วงเงินไม่เกิน 40,000 บาท สำหรับการปรับโครงสร้างภายใน เช่น การย้ายห้องน้ำ หรือขยายประตูเพื่อรองรับรถเข็น และระดับใหญ่ (Major) วงเงินเกิน 100,000 บาท (กรณีจำเป็น) สำหรับการซ่อมแซมโครงสร้างหลัก เช่น หลังคา ฝาผนัง หรือการจัดทำห้องนอนชั้นล่างสำหรับบ้านใต้ถุนสูง เป็นต้น

ในช่วงท้ายของกิจกรรมฯ มีเวทีเสวนาเกี่ยวกับช่องว่างและโอกาสในการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ 4 ท่าน ประกอบด้วย ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะทำงาน พิจารณา ติดตามและประเมินผลฯ หน่วย บพท.คุณมงคล จันทษี รองผู้ว่าการเคหะ จากการเคหะแห่งชาติ คุณคณิตา โกละกะ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและพัฒนานวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัย จากการเคหะแห่งชาติ คุณพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคม จากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ผู้เชี่ยวชาญได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายในการจัดการอุปสงค์และอุปทานที่อยู่อาศัย รวมถึงแนวทางปรับบทบาทของการเคหะแห่งชาติสู่การเป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมไทย ผ่านการพัฒนา Digital Platform การบริหารจัดการที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร การกำหนดโครงสร้างราคาและการอุดหนุนที่เหมาะสม ตลอดจนการสร้างโอกาสให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอสำคัญเกี่ยวกับการจัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ” (National Housing Data Center) เพื่อเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลด้านที่อยู่อาศัย ลดปัญหา Data Silos และเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์อุปสงค์และอุปทานของประเทศในอนาคต

เวทีเสวนา Housing For All Forum ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อการเปิดทัศนะ หารือถึงแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยและเมือง ขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยข้อมูล องค์ความรู้ กลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูล เชื่อมโยงกระบวนการซึ่งกันและกัน ที่สามารถขยายผลไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่อยู่อาศัยของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้ หน่วย บพท. สำนักงาน รวพ. จึงเล็งเห็นความสำคัญและมีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยภายใต้กรอบ “การพัฒนาเมืองน่าอยู่และกระจายศูนย์กลางความเจริญ” ที่จะขับเคลื่อนผลักดันโครงการวิจัยดังกล่าว เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่และการบริหารจัดการ เพื่อจัดให้มีที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคนในประเทศไทย รวมถึงการพัฒนาศักยภาพระบบฐานข้อมูลและบริการสนับสนุนการจัดการที่อยู่อาศัย ในการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่และศึกษาวิจัยกับเมืองทั่วประเทศ เพื่อมุ่งหวังว่าจะช่วยสร้างฐานข้อมูลเชิงพื้นที่และผลิตองค์ความรู้ สะท้อนสถานการณ์จริงในระดับพื้นที่ นำไปสู่แนวทางเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทและตอบโจทย์ประเด็นปัญหาที่ประเทศเรากำลังเผชิญหน้าอยู่ต่อไป

สถิติการเข้าชม 2