บพท. จับมือ ธนาคารโลก เปิดรายงาน “Thailand Cities of the Future” ผลักดันระบบเมืองเป็นกลไกหลักอนำไทยสู่ประเทศรายได้สูง

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank Group) ได้จัดกิจกรรมเผยแพร่รายงาน ‘Thailand Cities of the Future: Urban Foundations for a High-Income Economy’ ภายใต้การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 หรือ IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026 ขึ้น พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิหน่วย บพท. ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและท้องถิ่น หน่วยงานด้านการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง เข้าร่วม ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

เมื่อ “เมืองสามารถเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สถานะประเทศรายได้สูง” ประเทศไทยสามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศรายได้สูงได้ด้วยการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจของเมืองต่าง ๆ ตามรายงานฉบับใหม่ของธนาคารโลกที่เผยแพร่ในวันนี้ รายงานพบว่า การเพิ่มผลิตภาพในกรุงเทพฯ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เมืองรองมีบทบาทที่ใหญ่ขึ้นและเกื้อหนุนกัน จะช่วยกระตุ้นการลงทุน สร้างงาน และเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวทั่วประเทศ

รายงาน เมืองแห่งอนาคตของประเทศไทย: รากฐานเมืองเพื่อเศรษฐกิจรายได้สูง (Thailand Cities of the Future: Urban Foundations for a High-Income Economy) พบว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเกิดขึ้นในเขตเมืองเป็นหลัก และการเพิ่มผลิตภาพของเมืองจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเป้าหมายการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงของไทย โดยประมาณร้อยละ 89 ของการเติบโตของ GDP ระหว่างปี 2553-2563 มาจากเขตเมือง ทั้งนี้ หากประเทศไทยต้องการบรรลุสถานะประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 จะต้องมีการเติบโตของ GDP ต่อหัวเฉลี่ยประมาณร้อยละ 5.4 ต่อปีในช่วงทศวรรษข้างหน้า ดังนั้น การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของเมืองต่าง ๆ จึงมีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างดังกล่าว

“การสร้างเมืองแห่งอนาคตของประเทศไทยไม่ใช่เพียงวาระด้านการวางผังเมือง แต่เป็นวาระด้านการเติบโต ความสามารถในการแข่งขัน การสร้างงาน และความยืดหยุ่น” นาย Stephen N. Ndegwa ผู้อำนวยการฝ่ายประเทศไทยและเมียนมาธนาคารโลก กล่าว “การปลดล็อกศักยภาพของเมืองรองให้เป็นแรงขับเคลื่อนด้านผลิตภาพและการลงทุนที่เข้มแข็งขึ้น โดยมีบทบาททางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนกรุงเทพมหานคร จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะต่อไปของประเทศไทย”

รายงานฉบับนี้ต่อยอดจากรายงานสำคัญของกลุ่มธนาคารโลก Building Thailand’s Future Today ซึ่งเปิดตัวในงาน Bangkok Business Summit 2026 โดยกำหนด 4 ด้านสำคัญสำหรับการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง ได้แก่ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ธุรกิจแห่งอนาคต แรงงานแห่งอนาคต และเมืองแห่งอนาคต รายงาน Thailand Cities of the Future เจาะลึกถึงรากฐานด้านเมืองของวาระดังกล่าว รวมถึงการปฏิรูปและการลงทุนที่จำเป็นเพื่อให้เมืองต่าง ๆ ของประเทศไทยเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

ระบบเมืองของประเทศไทยยังคงกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก โดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศเกือบครึ่งหนึ่ง ขณะที่กรุงเทพมหานครมีประชากรมากกว่าเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศเกือบ 27 เท่า การกระจุกตัวดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ต้นทุนที่เกิดขึ้นกำลังเพิ่มสูงขึ้น ปัญหาการจราจรติดขัดสร้างความสูญเสียคิดเป็นร้อยละ 7-10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมกรุงเทพมหานคร (GRP) ในแต่ละปี ขณะที่ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและแรงกดดันด้านโครงสร้างพื้นฐานกำลังเพิ่มต้นทุนให้แก่เมือง ในขณะเดียวกัน เมืองรองยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่

แทนที่จะต้องเลือกระหว่างกรุงเทพมหานครกับเมืองอื่น ๆ รายงานฉบับนี้แนะนำให้มีการเสริมสร้างเครือข่ายเมืองที่เข้มแข็งขึ้น โดยให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางหลักของประเทศ และมีเมืองรองที่มีบทบาททางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนกัน เครือข่ายเมืองที่ประสบความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เกื้อหนุนกัน ความหนาแน่นเชิงผลิตภาพ การเชื่อมโยงที่เข้มแข็ง สถาบันที่เข้มแข็ง และโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น

“หัวใจสำคัญคือการลงทุนอย่างมียุทธศาสตร์มากขึ้น” รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) กล่าว “ประเทศไทยสามารถสร้างประโยชน์จากการลงทุนในเขตเมืองได้มากขึ้น หากมุ่งเน้นการจัดวางโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกื้อหนุนกันไว้ในพื้นที่ซึ่งช่วยเสริมสร้างจุดแข็งทางเศรษฐกิจของเมือง แทนที่จะกระจายทรัพยากรออกไปจนแต่ละพื้นที่ได้รับไม่เพียงพอ”

รายงานฉบับนี้ ได้เสนอแนวทางดำเนินงานใน 3 ด้านควบคู่กัน ได้แก่ การเสริมสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศที่มีผลิตภาพสูง การวางรากฐานด้านเมืองที่เข้มแข็งขึ้นในเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย และการเตรียมความพร้อมให้เมืองรองที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น การแปลงลำดับความสำคัญเหล่านี้ไปสู่แผนการลงทุนเมืองที่ประสานสอดคล้องกัน จะต้องอาศัยการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน การใช้ประโยชน์ที่ดิน การเสริมสร้างความยืดหยุ่น และการจัดหาเงินทุนให้สอดคล้องกับจุดแข็งทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการเสริมสร้างสถาบันที่จำเป็นต่อการวางแผนและดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานและรัฐบาลในระดับต่าง ๆ แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน และสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุนภาคเอกชน การสร้างงาน และการเพิ่มผลิตภาพได้ดียิ่งขึ้น

รายงาน Thailand Cities of the Future จัดทำร่วมกันโดยธนาคารโลก หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) และศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) โดยผสานความเชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น เพื่อวิเคราะห์ความท้าทายและโอกาสด้านการพัฒนาเมืองของประเทศไทย

การจัดงานเผยแพร่รายงาน “Thailand Cities of the Future: Urban Foundations for a High-Income Economy” ในครั้งนี้ จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการผนึกกำลังระดับสถาบัน อีกทั้งยังเป็น ‘เข็มทิศ’ ทิศทางใหม่ในการขับเคลื่อนระบบเมืองของไทย โดยหน่วย บพท. และภาคีเครือข่าย พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความรู้ งานวิจัย และผสานความร่วมมือทั้งภาครัฐ-เอกชน เพื่อแปลงยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง มุ่งสร้าง “เมืองแห่งอนาคต” ที่กระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อเปลี่ยนผ่านข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปสู่การลงทุนและการพัฒนาในพื้นที่จริง โดยอาศัยกลไกการทำงานเชิงพื้นที่และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ที่ไม่เพียงแต่มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเมืองในปัจจุบัน ทว่าต้องการวางรากฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และรับมือต่อความเปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

สถิติการเข้าชม 2