รวพ. นำทัพ 3 PMU (บพท.-บพข.-บพค.) โชว์นวัตกรรมในงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026” มุ่งเร่งรัดการใช้ประโยชน์งานวิจัย ยกระดับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ได้ผนึกกำลัง 3 หน่วยบริหารจัดการทุนเฉพาะด้าน (PMU) ภายใต้การกำกับดูแล ได้แก่ บพท.บพข. และ บพค. นำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นแนวหน้าที่มีความพร้อมสูงและมีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เชิงสาธารณะและสังคม เข้าร่วมจัดแสดงในงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026” ภายใต้แนวคิด From Innovation to Income : นวัตกรรม สร้างรายได้” เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมกันผลักดันผลงานวิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคุณบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงพานิชย์ ที่เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้น ณ Hall 8 อิมแพค เมืองทองธานี

สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. มีหน้าที่เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate technology) ไปเผยแพร่และถ่ายทอดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับภาคเอกชน ตาม พ.ร.บ. การใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 (TRIUP Act) ที่เปิดโอกาสให้ผู้รับทุนสามารถเป็นเจ้าของสิทธิในผลงานวิจัยได้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

การขับเคลื่อนทรัพย์สินทางปัญญาของ รวพ. ได้กำหนดกรอบนโยบายสำคัญเพื่อมุ่งนำประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและลดความเหลื่อมล้ำ เน้นเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำผ่าน 6 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) การสร้างทรัพย์สินทางปัญญาเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายและชุมชน 2) การผลักดันสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ มุ่งสนับสนุนผลงานที่มีความพร้อมตั้งแต่ระดับ TRL 4 ขึ้นไปเพื่อสร้างมูลค่าเชิงธุรกิจ 3) การขับเคลื่อนเชิงสาธารณะและสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานราก 4) การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ (NQI) สู่มาตรฐานสากลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน 5) การสร้างความร่วมมือและร่วมลงทุน (Competitiveness Partnership) ระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน และ 6) การปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 (TRIUP Act) เพื่อสร้างแรงจูงใจทางกฎหมายและเร่งรัดการนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีระบบการบริหารจัดการผ่าน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) พัฒนาระบบบริหารจัดการสิทธิ์และการใช้ประโยชน์ ตั้งแต่การเปิดเผยผลงาน ประเมินศักยภาพ คุ้มครองสิทธิ์ และจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ 2) ผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ (IP to Commercialization) โดยคุ้มครองสิทธิ์ พัฒนาต่อยอดสู่ต้นแบบ (Prototype) และถ่ายทอดเทคโนโลยี (Licensing) เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจ 3) เชื่อมโยงการลงทุนและความร่วมมือ (IP to Investment & Partnership) ผ่าน One-stop Platform เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนเข้าถึงผลงานวิจัยและร่วมลงทุนได้สะดวก และ 4) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (IP for Competitiveness) เพื่อยกระดับชุมชนและอุตสาหกรรม พร้อมบริหารจัดการผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม (Fair Trade) เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

สำหรับการเข้าร่วมจัดแสดงผลงานในครั้งนี้ ทั้ง 3 PMU ภายใต้ รวพ. ได้นำตัวอย่างนวัตกรรมเด่นที่ประสบความสำเร็จในการใช้ประโยชน์จริงมาร่วมโชว์ศักยภาพ ดังนี้

  • บพท. (หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่) มุ่งเน้นการขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ผ่านโครงการเด่น ได้แก่
    1. โครงการ “เหลียงใบใหญ่โมเดลแก้จน คนศรีนครินทร์” โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีปุ๋ยชีวภาพและการจัดการแปลงมาพัฒนาสายพันธุ์และเพิ่มมูลค่าผักเหลียงใบใหญ่ สามารถยกระดับอาชีพและสร้างรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3,000–5,000 บาท/เดือน ให้แก่ครัวเรือนยากจนสะสมกว่า 231 ครัวเรือนในอำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง พร้อมต่อยอดสู่การยื่นจดอนุสิทธิบัตรและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
    2. ผลิตภัณฑ์เนื้อกระบือคุณภาพพรีเมียมแบรนด์ UP BUFF โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยพะเยา ที่ร่วมมือกับเกษตรกรในจังหวัดพะเยา เชียงราย และแพร่ พัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อกระบือปลอดภัย 8 ชนิด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่สูงถึง 102.85 ล้านบาทต่อปี และกระจายรายได้สู่เกษตรกรกว่า 312 ครัวเรือน
  • บพข. (หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน) มุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาคอุตสาหกรรมและการบริการ นำเสนอผลงานเด่น ได้แก่
    1. โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มเชื้อจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูง สำหรับการบำบัดของเสีย น้ำเสีย และกลิ่นเหม็นจากขยะอินทรีย์ (ผลิตภัณฑ์ “Tidy Bio Plus” และ “Tidy Bio Organic”) พัฒนาโดย ดร.ธิดารัตน์ นิ่มเชื้อ (สวทช.) ร่วมกับ บริษัท เอวัน พลัส พรีเมี่ยม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งยกระดับสู่ TRL 8 มีการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จริงในสถานประกอบการ อาคาร และฟาร์มปศุสัตว์กว่า 105 หน่วยงาน สร้างรายได้จากการจำหน่ายสะสมกว่า 5.98 ล้านบาท และลดต้นทุนจากการทดแทนการนำเข้าไม่น้อยกว่า 2.315 ล้านบาท
    2. โครงการแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนประสิทธิภาพสูงชนิดเอ็นซีเอ (NCA) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า พัฒนาโดย รศ.ดร.มนตรี สว่างพฤกษ์ (VISTEC) ร่วมกับ ปตท. และ IRPC ที่ยกระดับเทคโนโลยีสู่ TRL 9 จดสิทธิบัตรแล้ว 4 รายการ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกิจกว่า 4.5 ล้านบาท พร้อมทั้งมีการนำเซลล์แบตเตอรี่ไปทดสอบใช้งานจริงในระบบไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ (Floating Solar Cell) ในพื้นที่ชุมชนอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง และอยู่ระหว่างเตรียมแนวทางจัดตั้งบริษัท Spin-off เพื่อผลิตเชิงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
  • บพค. (หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต) มุ่งเน้นการสร้างกำลังคนทักษะสูงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับแนวหน้า นำเสนอผลงานสุดล้ำ ได้แก่
    1. ชุดตรวจวินิจฉัยสารพิษจากราแบบแถบทดสอบ MycoSMART ในอาหาร โครงการร่วมวิจัยระหว่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ Queen’s University Belfast (QUB) สามารถตรวจวิเคราะห์สารพิษจากเชื้อราได้ 5 ชนิดพร้อมกันอย่างรวดเร็วและแม่นยำสูง และได้รับการต่อยอดสู่โครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ MYCOBEANS ภายใต้ทุนสหภาพยุโรป (EU MSCA)

งาน “IP x Venture Rise Thailand 2026” ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ รวพ. และ 3 PMU ในการร่วมกันเปลี่ยนผ่านระบบวิจัยของไทยจากการทำงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์ ไปสู่การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาเชิงยุทธศาสตร์และการเร่งรัดการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง เพื่อสร้างความร่วมมือและการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน อันเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สถิติการเข้าชม 2