บพท. รวพ. รับมอบเป็นผู้แทน กระทรวง อว. ชูโมเดล “แก้จน-เชิงพื้นที่” บนเวทีระดับนานาชาติ หวังมุ่งขจัดความยากจนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 11- 14 พฤษภาคม 2569 ดร.อโศก พลบำรุง รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ หน่วย บพท. และผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจนและการลดความเหลื่อมล้ำ หน่วย บพท. ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนประเทศไทย โดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเข้าร่วมเวทีการประชุมระดับนานาชาติ China-ASEAN Science and Technology Poverty Reduction Cooperation Exchange Conference ณ เมืองหนานหนิง ประเทศจีน เพื่อโชว์ศักยภาพความสำเร็จโมเดลแก้จนของไทย พร้อมเดินหน้าผสานเทคโนโลยีจากจีนสู่ชุมชนฐานราก

ในการประชุมครั้งนี้ ดร.อโศก พลบำรุง ได้ขึ้นกล่าว สุนทรพจน์นำเสนอวิสัยทัศน์ความร่วมมือระหว่างไทยและจีน โดยเน้นย้ำถึงการนำยุทธศาสตร์ “การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบตรงจุด” (Targeted Poverty Alleviation) ของประเทศจีน มาเป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศไทย ร่วมกับการประยุกต์ใช้ “เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม” (Appropriate Technology) ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย เพื่อนำไปสู่การสร้างความยั่งยืน ภายใต้การดำเนินงานของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
“ความร่วมมือระหว่าง บพท. มหาวิทยาลัยกว่างซี (Guangxi University) และศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีชนบทของจีน (China Rural Technology Development Center: CRTDC) ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำจุดแข็งของทั้งสองชาติมาผนึกกำลังกัน ประเทศจีนมีความเป็นเลิศด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ ในขณะที่ประเทศไทยมีความโดดเด่นในการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมจากชุมชนฐานราก การสร้างนวัตกรชุมชน การใช้ระบบฐานข้อมูลชี้เป้าครัวเรือนยากจน (TPMAP) ควบคู่กับการผลักดันให้สถาบันอุดมศึกษาทำหน้าที่เป็น “กลไกสร้างการเปลี่ยนแปลง” (Change Agents) ซึ่งการกระจายตัวและความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของมหาวิทยาลัยในแต่ละพื้นที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม” ดร.อโศก กล่าว

ผลลัพธ์จากความร่วมมือดังกล่าว คือการเดินหน้าจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำไทย-จีน” จำนวน 4 แห่ง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กุ้งก้ามกรามที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด แพะ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี และควายน้ำ ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง โดยมุ่งเป้ายกระดับห่วงโซ่การผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือนเป้าหมายและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทต่อปี

การผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ากับความสามารถในการปรับตัวเชิงพื้นที่ของไทย จะช่วยสร้างเส้นทางสู่การกินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน และความร่วมมือนี้ไม่ใช่เพียงแค่การถ่ายทอดเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นการแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันฉันท์พี่น้องระหว่างไทยและจีน” ดร. อโศก กล่าวทิ้งท้าย

สถิติการเข้าชม 2