บพท. รวพ. กระทรวง อว. – สมาพันธ์ SME ไทย ชูโมเดล ‘CLUSTER SIE’ ช่วยสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร-ผลิตภัณฑ์–ตลาดท้องถิ่น ยกระดับไปสู่ตลาดสากลได้

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กำกับ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผอ.บพท. ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ร่วมงานการสัมมนา “พลังเครือข่ายคลัสเตอร์ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากขยายตลาดภายใน เปิดตลาดใหม่ต่างประเทศ” โดยมีภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมจากธุรกิจท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชน และสถาบันการศึกษาเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม Exhibition Hall 1 ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา

ดร. กิตติ สัจจาวัฒนา ผอ.บพท. ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ได้กล่าวถึง ทิศทางการปฏิรูปเศรษฐกิจต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในมุมมองกระบวนทัศน์ใหม่ ผ่านแนวคิดสำคัญเรื่อง “Social Integrated Enterprise (SIE)” หรือการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก มีบทบาทเป็นตัวกลางที่สำคัญต่อการสร้างกลไก SIE ในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม สหกรณ์ หรือ ล้งชุมชน ให้ทำหน้าที่เป็นกลไกกลาง ในการสร้างหรือยกระดับเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม เกิดการจัดการบริหารธุรกิจและมีโครงข่ายทางธุรกิจชุมชนร่วม เพื่อสร้างโอกาสในการยกระดับกลุ่มชุมชนเป้าหมายให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น

การสัมมนาครั้งนี้ ถือจุดเริ่มต้นในการเชื่อมแผนงานขับเคลื่อนงานวิจัยที่ต่อเนื่อง จากการร่วมลงนาม MOUผสานความร่วมมือหน่วย บพท. และสมาพันธ์ SME ไทย กับสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย-ไทย (Saudi–Thai Business Council) ในงาน “SIE Real Impact”เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่เป้าหมายร่วมต่อการยกระดับแผนการขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ โดยการส่งเสริมกลไกการเปิดตลาดใหม่ขนาดใหญ่ เพื่อประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและการค้าให้แก่สินค้าไทยโดยที่สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบียเข้ามามีบทบาทในฐานะ “สะพาน” เชื่อมโอกาส ผลักดันให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดโลกและการลงทุนระหว่างประเทศ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ Saudi Vision 2030 ในโอกาสที่ซาอุดีอาระเบียกำลังจะเปิดประเทศ และที่มีความต้องการสูงในด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์ฮาลาล การท่องเที่ยว และการดูแลสุขภาพ เป็นต้น ความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นการสนับสนุนภาคธุรกิจ SMEs และเศรษฐกิจฮาลาลของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย-ไทย ทำหน้าที่ส่งเสริมความรู้และมุ่งพัฒนา SMEs ในพื้นที่ให้มีความพร้อมทุกด้าน อาทิเช่น การเชื่อมโยงจับคู่ SMEs ไทยกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายชาวซาอุฯ การให้ความรู้และข้อมูลเรื่องการตลาดและวัฒนธรรมทางธุรกิจ การสนับสนุนการยกระดับและรับรองมาตรฐานฮาลาล เพื่อส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจฮาลาลให้ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์เพื่อให้ยกระดับรายได้ที่หมุนเวียนและคงอยู่ในชุมชนอย่างแท้จริง

ในความร่วมมือโดยหน่วย บพท. ร่วมกับสมาพันธ์ SME ไทยและสถาบันภาควิชาการนั้น จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจต่อการสร้างยอดขายได้ถึง 800 ล้านบาท มีผู้ได้รับประโยชน์ในโครงการจำนวนมากกว่า 16,000 คน ผ่านการสร้างให้เกิดกลไกกลาง (SIE) จำนวน 13 กลไก ที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ 120 ชิ้น สร้าง Supply Chain Manager จำนวน 164 คน นับเป็นมิติใหม่ของความสำเร็จจากโครงการวิจัย ในการส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม ทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมสินค้าให้มีปริมาณและคุณภาพที่สม่ำเสมอสามารถเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกร ส่งเสริมความเป็นอยู่ แก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและท้องถิ่นให้ยั่งยืนในอนาคตต่อไป

โดย Mr. Osama Kokandy ประธานสภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย-ไทย ได้กล่าวย้ำถึงบทบาทการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากที่ผนึกพลังความร่วมมือดังกล่าว ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจฮาลาลของประเทศไทยนั้น ที่ต้องการส่งเสริมมุ่งเน้นให้ความสำคัญไปยังเศรษฐกิจฐานรากจากหมู่บ้าน ธุรกิจขนาดเล็ก และชุมชนท้องถิ่น ต่อการพัฒนาช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ด้วยการสร้างงานในท้องถิ่น เนื่องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย มีความมั่งคั่งทางทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากทั้งด้านศักยภาพด้านเกษตรกรรมและมรดกทางวัฒนธรรม แต่สิ่งที่ยังขาดคือเรื่อง “การเข้าถึง” ความรู้ด้านตลาดและพันธมิตรคู่ค้าระดับสากล จึงจำเป็นต้องส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นเรื่องการค้าสากลและการสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจว่าตนสามารถก้าวสู่ระดับโลกได้ ตลอดจนผลักดันจุดแข็งและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภาคใต้ ที่จะสามารถดูดนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ เพื่อสร้างการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสถานที่ที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม รวมถึงสนับสนุนการศึกษาภาคธุรกิจกับเยาวชนให้มีความคิดสร้างธุรกิจแบบ Startup ในพื้นที่ ไปพร้อมกับการสร้างลงทุนทางสังคมให้คนในพื้นที่มีงาน และสร้างโอกาสการปลดล็อกเปลี่ยนศักยภาพเชิงพื้นที่ให้กลายเป็นความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจระยะยาวที่ยั่งยืนแท้จริง

ด้าน นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ หัวหน้าโครงการเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ร่วมบรรยายหัวข้อ “พลังพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากคลัสเตอร์: Project Success Summary” เพื่อสรุปความสำเร็จของโครงการที่สามารถสร้าง “Supply Chain Manager” รูปแบบใหม่ ผ่านกลไกการพัฒนาทักษะทางเศรษฐกิจและการค้าให้แก่นักวิชาการ และการสร้างกลุ่มธุรกิจที่นำความรู้และนวัตกรรมมาใช้พัฒนาสินค้าของตนเอง ด้วยการสร้าง “กลไกกลาง” เริ่มจากโครงสร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ – กลางน้ำ – ปลายน้ำ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย Cluster SIE ที่เชื่อมโยงรัฐ ตลาด มหาวิทยาลัยและชุมชนให้ทำงานร่วมกันได้จริง พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ขยายแนวคิดเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) ให้นำไปปรับทุกภูมิภาค โดยเน้นสินค้าท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมตั้งเป้าหมายให้แต่ละคลัสเตอร์สามารถเติบโตสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 3,000 ล้านบาทต่อปี กระจายรายได้สู่ชุมชนกว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับการพัฒนากลไกเชิงพื้นที่ทั้ง Onsite Market และ Online Market ทำให้ชุมชนยืนได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน เกิดเป็นรูปธรรมขยายผลไปทั่วภูมิภาคในประเทศไทย นำไปสู่การเชื่อมตลาดทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศในระดับสากลต่อไป

สถิติการเข้าชม 3