บพท. รวพ. กระทรวง อว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะสำนักงานเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมภูมิภาคคิวชู จัดงาน Thailand–Kyushu Healthcare and Green Innovation Business Forum 2026 มุ่งเป้าสร้างการลงทุนเครือข่ายธุรกิจอุตสาหกรรมระดับพื้นที่ที่ยั่งยืนระหว่างไทย–ญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้โครงการวิจัยโครงการการพัฒนาระบบการบ่มเพาะและเร่งรัดกลุ่มเศรษฐกิจและพื้นที่อุตสาหกรรมระดับพื้นที่ ที่ได้รับทุนสนับสนุนวิจัย จากหน่วย บพท. และคณะผู้แทนเศรษฐกิจจากภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น จัดงาน Thailand – Kyushu Healthcare and Green Innovation Business Forum 2026 ณ ห้องประชุมแมนดาริน A ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ เพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมโยงความร่วมมือทางธุรกิจและนวัตกรรมในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง อาทิเช่น การแพทย์ สุขภาพ และนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม

การจัดงานครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกความร่วมมือระยะยาวระหว่างประเทศไทยและภูมิภาคคิวชู โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นฐานในการยกระดับเศรษฐกิจพื้นที่ พร้อมผลักดันให้เกิดความร่วมมือในรูปแบบการร่วมลงทุน (Joint Venture) การพัฒนาโครงการนำร่อง (Pilot Project) การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจและความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

ช่วงพิธีเปิดงาน คุณเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ รองหัวหน้าโครงการกรอบงานวิจัยคลัสเตอร์ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวต้อนรับ คณะผู้แทนจากภูมิภาคคิวชูและผู้นำธุรกิจจากประเทศไทยและญี่ปุ่น โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ฉันมิตรและเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจกันมาอย่างยาวนาน และการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดรากฐานความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยเฉพาะในมิติที่มีความสำคัญต่อทั้งสองสังคม ได้แก่ การแพทย์และสุขภาพ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม นวัตกรรม และแนวทางรองรับสังคมสูงวัย พร้อมทั้งเน้นว่างานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำเสนอข้อมูล แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างบทสนทนาที่มีความหมาย ความร่วมมือเชิงปฏิบัติ และจุดเริ่มต้นของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอย่างแท้จริงระหว่างบริษัทไทยและญี่ปุ่น

ต่อมา คุณ Yuka Hirayama ผู้แทนจากสำนักงานเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมภูมิภาคคิวชู (Kyushu Bureau of Economy, Trade and Industry, METI Kyushu) ได้กล่าวถึง ความตั้งใจในการเสริมสร้างความร่วมมือที่แน่นแฟ้นกับประเทศไทย โดยระบุว่าการเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อขยายความร่วมมือในสองอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ด้านการดูแลสุขภาพ และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นสาขาที่ภูมิภาคคิวชูมีความเชี่ยวชาญและมีนวัตกรรมโดดเด่น และเน้นย้ำว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากบริษัทในภูมิภาคคิวชูสามารถเป็นกลไกสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมสูงวัย และการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านโภชนาการและระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบสองทาง เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกและต่อยอดสู่ความร่วมมือเชิงธุรกิจในระยะยาว อีกทั้งยังได้แสดงความคาดหวังต่องานในครั้งนี้ว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย เพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งและการจับคู่ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ที่มุ่งเน้นการวางรากฐานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและนวัตกรรมร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างภูมิภาคคิวชูและประเทศไทยต่อไป

ช่วงสำคัญของงาน รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ได้นำเสนอแนวคิดแพลตฟอร์มบ่มเพาะและเร่งรัดธุรกิจเพื่อสังคมระดับประเทศ (Impact SE Thailand – National Incubation & Acceleration Platform) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศในการผลักดันผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมให้สามารถเติบโตได้อย่างเป็นระบบ และเชื่อมโยงกับการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น ได้อธิบายว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวมีที่มาจากความจำเป็นในการเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี ภาคธุรกิจ และทรัพยากรในพื้นที่เข้าด้วยกัน ผ่านกลไกสนับสนุนครบวงจร โดย บพท. ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการออกแบบระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพเชิงพื้นที่ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบ่มเพาะธุรกิจ ไปจนถึงการเร่งการเติบโตและเชื่อมโยงการลงทุน ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นกลไกกลางในการขับเคลื่อนความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในครั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวประกอบด้วย 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่

Module 1: ระบบวิเคราะห์ศักยภาพเชิงพื้นที่และประเมินผลกระทบ (Area-based Strategic Intelligence & Impact Assessment) เป็นกลไกวิเคราะห์ศักยภาพเศรษฐกิจของพื้นที่และประเมินผลกระทบทางสังคม เพื่อกำหนดทิศทางการลงทุนอย่างเหมาะสม อาทิ การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า การจัดทำทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน และการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ กลไกดังกล่าวช่วยให้การจับคู่ธุรกิจและการลงทุนมีข้อมูลรองรับ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสความสำเร็จ

Module 2: สถาบันพัฒนาองค์ความรู้ (Academy) ทำหน้าที่พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรให้มีทักษะสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งด้านเทคโนโลยีสุขภาพ อาหารนวัตกรรม และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสร้างมาตรฐานและบุคลากรรองรับความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน

Module 3: การบ่มเพาะธุรกิจ (Incubation) สนับสนุนการพัฒนาโมเดลธุรกิจ แผนธุรกิจ การทดสอบตลาด และการพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเชิงกฎหมายและโครงสร้างองค์กร เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมก่อนเข้าสู่ระยะขยายตัว

Module 4: การเร่งการเติบโตและเชื่อมโยงการลงทุน (Acceleration & Investment Linkage) สนับสนุนการขยายตลาด การจับคู่กับนักลงทุน การเข้าถึงแหล่งทุนทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการผลักดันโครงการทดสอบต้นแบบเชิงปฏิบัติ และการลงทุนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น ได้เน้นย้ำว่า บพท. ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชิงยุทธศาสตร์ที่ออกแบบระบบนิเวศความร่วมมือครบวงจร เพื่อให้การจับคู่ธุรกิจไทย–ญี่ปุ่นสามารถต่อยอดสู่การลงทุน การวิจัยร่วม และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
ในช่วงการนำเสนอศักยภาพบริษัท เริ่มต้นการนำเสนอ 15 บริษัท จากภูมิภาคคิวชู ที่ครอบคลุม 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ มีการนำเสนอระบบการดูแลผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบอัจฉริยะ นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยลดโซเดียม อุปกรณ์การแพทย์สำหรับการวินิจฉัยโรคหัวใจ ระบบสนับสนุนการวางแผนการรักษา และเทคโนโลยีความจริงเสมือนเพื่อการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์
กลุ่มสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีสีเขียว นำเสนอนวัตกรรมการเปลี่ยนของเสียทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ เทคโนโลยีการจัดการของเสียและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด รวมถึงระบบกล้องอัจฉริยะสำหรับตรวจสอบความปลอดภัย
กลุ่มอาหารนวัตกรรม นำเสนอเทคโนโลยีการแปรรูปผักในรูปแบบแผ่นที่คงคุณค่าสารอาหารและยืดอายุการเก็บรักษา เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตร
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และดิจิทัล นำเสนอแนวคิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมอัจฉริยะ ระบบซอฟต์แวร์จำลองสถานการณ์สามมิติสำหรับภาคการผลิต และระบบบริหารจัดการดิจิทัลแบบครบวงจร

ต่อเนื่องด้วยการนำเสนอจากผู้ประกอบการไทยที่ได้รับการคัดเลือก 5 บริษัท ซึ่งมีศักยภาพสอดประสานกับเทคโนโลยีจากคิวชู ได้แก่ กลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยีวิเคราะห์อาการโรคด้วยปัญญาประดิษฐ์ กลุ่มผู้สร้างเครือข่ายชุมชนผู้สูงอายุ กลุ่มตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อสุขภาพจากประเทศญี่ปุ่น กลุ่มผู้พัฒนาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และกลุ่มผู้พัฒนานวัตกรรมวัสดุชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ช่วงท้ายของงานเป็นกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งสองประเทศได้พบปะเจรจาระหว่างภาคธุรกิจ เพื่อหารือโอกาสในการร่วมลงทุน การเป็นตัวแทนจำหน่าย การจัดตั้งโรงงานผลิตในพื้นที่ประเทศไทย และการวิจัยพัฒนาร่วมกัน โดยมีล่ามและผู้ประสานงานคอยอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ บพท. ในการเป็นกลไกกลางเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และภาคธุรกิจ เข้าสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างแท้จริง นอกจากจะเป็นการเชื่อมโยงนวัตกรรมระดับสากลแล้ว ยังเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาธุรกิจบนฐานนวัตกรรม (Innovation Hub) ที่สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมวางรากฐานความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่น ให้ก้าวสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

สถิติการเข้าชม 5